สวัสดีค่ะ @mazeandzest เองค่ะ ปกติแล้วส้มเป็นพวกบ้า Gadget ในระดับนึง เวลามีอะไรออกมาใหม่เป็นต้องไปจับไปลองทุกที พอดีว่าไปได้เครื่องพิมพ์ภาพแบบพกพา Canon รุ่น SELPHY CP900 มาครอบครองแบบไม่ทันตั้งตัว เลยลองแกะกล่องพิมพ์โน่นพิมพ์นี่ดู ไหนๆก็ไหนๆเลยถือโอกาสทำรีวิวครั้งแรกในชีวิตดูบ้าง มาลองดูกันดีกว่าค่ะว่ามันมีดียังไง น่าใช้หรือเปล่า

selphy-cp900_b63

ข้อมูลจำเพาะของตัวเครื่อง

หลักการพิมพ์
Dye-sublimation thermal print method (with overcoating)
Resolution
300 x 300dpi
Print Size Postcard size, borderless: 100 x 148mm (3.94 x 5.83in.)
Postcard size, bordered: 91.4 x 121.9mm (3.60 x 4.80in.)
L size, borderless: 89 x 119mm (3.50 x 4.69in.)
L size, bordered: 79.2 x 105.3mm (3.12 x 4.15in.)
Card size, borderless (including stickers): 54 x 86mm (2.13 x 3.39in.)
Card size, bordered (including stickers): 50 x 66.7mm (1.97 x 2.63in.)
8 stickers per page: 22 x 17.3mm (0.87 x 0.68in.)
Square Sticker: 50 x 50mm (1.97 x 1.97in.)
Interface Memory Cards ตระกูล SD, USB (Mini-B connector), PictBridge
Wireless Wireless LAN (IEEE802.11b/g* compliant) *Applied channel: 1 – 11 ch • Infrastructure connection • Ad hoc connection
LCD Monitor
2.7-inch TFT type colour (ปรับเอียงหน้าจอได้)
ขนาดเฉพาะตัวเครื่อง
178 x 127 x 60.5 mm
น้ำหนักเฉพาะตัวเครื่อง
ประมาณ 810g

 

*สำหรับข้อมูลเต็มรูปแบบสามารถเข้าไปดูได้ที่ Canon SELPHY CP900 เลยค่ะ

 

อุปกรณ์

พอดีใจร้อนไปหน่อยพับกล่องทิ้งไปแล้ว เลยต้องเอามาถ่ายแบบไม่มีกล่อง  ภายในกล่องจะประกอบไปด้วยตัวเครื่อง, อแดปเตอร์, สายไฟ, ถาดใส่กระดาษพิมพ์ 

IMG_2954

สำหรับหมึกพิมพ์กับกระดาษต้องซื้อแยกต่างหาก ในรูปเป็นกล่องกระดาษด้านขวา ภายในกล่องจะมีหมึกพิมพ์ 3 อัน กับกระดาษพิมพ์ พิมพ์ได้ 108 แผ่น (แต่กล่องใส่กระดาษพิมพ์จะใส่ได้ทีละ 36 แผ่นเท่านั้น) ราคา 790 บาท ถ้าคำนวณต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นแบบไม่คิดค่าเครื่องค่าไฟ ก็เท่ากับแผ่นละ 7.50 บาทโดยประมาณ ถือว่าไม่ถูกเท่าไหร่ แต่เน้นสะดวกทันใจก็ถือว่าไม่แพงเกินไป แต่ถ้าต้องการภาพชัดๆพิมพ์มากๆ คงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสมเท่าไรนัก ซึ่งจะพูดถึงในส่วนของการพิมพ์อีกที

 

ตัวเครื่อง

ลองใช้งาน

พอติดตั้งเครื่องทุกอย่างแล้ว อย่างแรกที่อยากทดลองก่อนเลยคงไม่พ้นฟังก์ชั่นใหม่ที่เป็นจุดเด่นของรุ่น CP900 คือ การพิมพ์รูปได้โดยตรงจากโทรศัพท์มือถือผ่าน Wi-Fi เทียบกับรุ่น CP800 ที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้วต่างกันแค่รุ่นใหม่นี้ต่อ Wi-Fi ได้กับจอใหญ่ขึ้นอีกนิดนึง อ้อ เร็วกว่าเดิม 3.3 เท่าด้วย (แต่ไม่ยักกะมีสีแดง-สีแดงแรง 3 เท่าของท่านชาร์)

 

 

พอเปิดเครื่องขึ้นมาแล้วจะพบหน้าจอแสดงโลโก้ SELPHY พอเรากดปุ่ม Menu ก็จะพบกับคำสั่งการตั้งค่า Wireless ซึ่งมีอยู่ 2 mode ให้เลือก คือ Ad Hoc Mode (เชื่อมต่อ SELPHY กับ Smartphone, Tablet โดยตรง) กับ Infrastructure Mode (เชื่อมต่อ SELPHY กับ Smartphone, Tablet, กล้อง, คอมพิวเตอร์ ผ่าน Access point)

ก่อนอื่นขอลอง Ad Hoc ก่อน พบว่าตั้งค่าไม่ได้ยากอะไรเลย แค่กดเข้า Ad Hoc หน้าจอจะแสดง SSID กับ WEP Key จากนั้นเปิด smartphone/tablet แล้วทำการเชื่อมต่อเข้ากับ Wireless ของ SELPHY และใส่รหัสตาม WEP Key (สามารถแก้ไขชื่อ SSID และ WEP Key ตามต้องการได้)

 

 

กรณีเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ในบ้าน หรือ Access point ก็เข้าไปที่ Infrastructure mode แล้วค้นหา Access point ที่จะเชื่อมต่อ ทำการใส่ Encryption key จากนั้นก็จะสามารถสั่งพิมพ์งานจาก Smartphone, tablet, camera, PC ที่เชื่อมต่อในวง Wi-fi หรือ Access point เดียวกันได้

 

 

แล้วทีนี้เราจะสั่งพิมพ์จาก Smartphone/tablet ได้อย่างไร? ตอนแรกก็งงๆอยู่พักนึง ก็เลยต้องมานั่งค้นบนอินเตอร์เนต เพราะ CD Rom ที่ให้มามันมีแค่ Driver และ Program สำหรับสั่งพิมพ์จากคอมพิวเตอร์เท่านั้น ก็เลยทำให้รู้ว่า ทาง Canon ได้ทำการเตรียม App สำหรับ iOS และ Android ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ชื่อว่า Canon Easy-PhotoPrint  สำหรับวิธีการติดตั้งและวิธีใช้ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ http://www.canon.co.th/selphyphotoprint/ ค่ะ

 

คุณภาพการพิมพ์

ตามสเปคเครื่องแล้ว Resolution ของเครื่องอยู่ที่ 300×300 dpi พอลองสั่งพิมพ์ออกมา เผอิญว่ารูปแรกเป็นรูปที่ถ่ายจากกล้องหน้าของ Sony Xperia TX ซึ่งละเอียดแค่ 1.3 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง (ฮือๆ กล้องหลังให้มาตั้ง 13 ล้านแน่ะ งกกล้องหน้าชะมัด) รูปที่ได้จึงมองเห็นเม็ดหยาบชัดในระดับนึง (อาจเป็นที่กล้อง) สีที่ได้ก็ไม่จัดจ้านเหมือนที่เห็นบนจอเท่าที่ควร อาจจะเป็นเพราะ Xperia เองมีระบบหน้าจอที่เรียกว่า Reality Display พร้อม Mobile BRAVIA Engine แสดงผลสี 16 ล้านสี พอพิมพ์มาเลยจืดกว่าบนจอ

ปล. รูปที่ลองพิมพ์ออกมา ไม่ได้เอามาลงให้ดูเพราะตอนลองใช้รูปส่วนตัวค่ะ เกรงว่าผู้อ่านจะตกใจในความน่ากลัวของส้ม แหะๆ

ส่วนตัว รู้สึกว่าภาพที่พิมพ์ออกมาหลายๆรูปสีติดไปทางมืด ไม่ค่อยสดสว่างเท่าไร เลยต้องปรับแสงช่วยหน่อย ซึ่งเราก็สามารถปรับแต่งจากบนตัวเครื่อง SELPHY ได้เลย โดยเข้าไปที่ Menu แล้วเลือกเปลี่ยนการตั้งค่า จะพบว่าเราสามารถกำหนดอะไรได้หลายอย่าง

 

ดังนั้น เราสามารถปรับความสว่าง ความสดของรูป แก้ตาแดง รวมถึงทำหน้าเนียนได้ทันทีจากเครื่องพิมพ์ แต่ยังไงซะก็คงไม่ได้ดังใจเท่าไรนัก แนะนำว่าเอามาแต่งรูปบนคอมให้พอใจแล้วค่อยสั่งพิมพ์อีกทีจะดีกว่า ตรงจุดนี้ก็กลับมาใช้ Media Card เสียบเข้าด้านหน้าของตัวเครื่องแทน ซึ่งรองรับได้หลากหลายมาก ได้แก่ SD / SDHC / SDXC / MMC / MMCplus / HC MMCplus กรณีเป็นพวกสารพัด Mini หรือ Micro ก็อาศัย Adapter ราคาไม่กี่บาทมาเสียบการ์ดได้เลย ถือว่าค่อนข้างสะดวก กรณีที่เราใช้ Media Card ตรงนี้เราจะสามารถสั่ง Crop รูปจากในเครื่องได้ด้วย

 

ขนาดของรูปที่สามารถสั่งพิมพ์มีหลายขนาดมาก ได้แก่ 2P, 4P, 8P, ID photo หรือ Shuffle Print 8 ภาพในรูปเดียว ในโฆษณาเค้าคุยไว้ว่า ทุกภาพสวยคมชัด ทั้งยังช่วยปรับแสงและเงา รวมถึงช่วยลดการเกิดจุด (noise) บนภาพให้อัตโนมัติอีกด้วย มีการเคลือบผิวภาพด้วยวัสดุพิเศษ ป้องกันรอยขีดข่วน กันน้ำ และฝุ่นละอองได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สีติดทน ไม่ซีดจาง ให้เราเก็บภาพแห่งความทรงจำไปได้นานถึง 100 ปี ซึ่งอันนี้ไม่รู้ว่าจะทนจริงแค่ไหน คงต้องรอแก่ถึงจะพิสูจน์ได้ หรือไม่ก็เอาไปส่งพิมพ์ที่ร้านแล้วเอามาวางกลางแดดจัด 2 ชั่วโมงเทียบกันดูกับที่พิมพ์จากเครื่อง น่าจะได้คำตอบ แต่ส้มไม่ได้ลองนะ ใครทดสอบแล้วมาแชร์กันได้ค่ะ

 

battery pack

เพิ่มเติมในส่วนของการพกพาไปพิมพ์นอกสถานที่ สำหรับใครที่อาจจะนำไปใช้เพื่อออกงานหรือโชว์งานลูกค้าสดๆ แต่ไม่สะดวกจะต่อปลั๊กไฟ เจ้ารุ่นนี้ก็รองรับ battery pack ได้ แต่ราคาก็เกือบจะไม่น่าคบเท่าไรนัก เพราะความจุของแบตสำรองอยู่ที่ 22.2V, 1200 mAh ในราคา 2,xxx บาท

 

มาดูที่เรื่องความเร็วของการพิมพ์บ้าง เท่าที่ลองสั่งพิมพ์ผ่าน Wi-Fi ดู พบว่าไม่ได้ช้าอย่างที่คาดไว้ ถือว่าเร็วด้วยซ้ำ เพราะใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีนับแต่กดสั่ง print จนได้รูปออกมา (ระบบ Dye Sub มันต้องลงสี 4 รอบน่ะเลยไม่เร็วปรู้ดปร้าด) คิดว่าถ้าต่อสายหรือเสียบ Media Card น่าจะเร็วกว่านี้อีกนิดหน่อย พอลองไปค้นข้อมูลดูก็มีคนทำทดสอบไว้ด้วย ตามรูปด้านล่าง

Canon-SELPHY-CP900-speeds-and-costs

 

สรุป

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบพิมพ์รูปถ่ายมากนัก แค่อยากพิมพ์นิดๆหน่อย หรืออยากได้รูปทันใจทุกที่ทุกเวลา Canon SELPHY น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก อย่างส้มเองชอบใจที่มันทำรูปติดบัตรได้ เพราะปกติแล้วทุกวันนี้ก็พิมพ์เองบน inkjet แบบอนาถามาก ครั้นจะไปร้านถ่ายรูปติดบัตรก็เกรงใจราคาเหลือเกิน จะใช้แค่ 2 รูปต้องเดินทางไปหมื่นลี้ จ่ายเงินเป็นร้อย รู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไร การมีอะไรแบบนี้ติดบ้านไว้ก็เป็นเรื่องสนุก อยากทำการ์ด ทำโปสการ์ดก็ทำได้เลย

แนะนำให้ลองไปดูที่ The SELPHY Workshop เพื่อหาแรงบันดาลใจ หรือไอเดียในการเอาเจ้าเครื่องพิมพ์นี้มาใช้งานดูได้ จะได้คุ้มค่ากับการถอยเครื่องมา เพราะราคาเครื่องตอนเปิดตัวเมื่อปลายปี 2555 อยู่ที่ 4,990 บาท (มี 3 สีให้เลือก คือ ขาว, ดำ, ชมพู) ถือว่าราคาแรงพอดู แต่จะว่าไป ตอนนี้ก็ค่อยๆขยับลดลงมาบ้างแล้ว ถ้าใครงบไม่มาก ไม่เน้นความสะดวกสบาย ใจเย็นๆในการเลือกรูปสั่งพิมพ์ รุ่น CP800 ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเหมือนกัน เพราะราคาอยู่ที่ไม่ถึง 3,000 บาท

 

ปล. ไม่ได้รับเงินเค้ามานะ แบบว่าซื้อมาใช้เอง ถูกใจ ฮิๆ Canon จะมาสปอนเซอร์เว็บ Changkhui MAG ไหมนะ :p

16 Responses

    • ตาม IT zone ในห้างยังมีจำหน่ายนะคะ แต่ไม่แน่ใจว่ามีทุกที่หรือเปล่า หรือไปเดินดูตามงาน expo ของพวกคอมกับมือถือ ก็เห็นมาออกบูธอยู่บ้าง

      ของส้มซื้อต่อมาจากคนรู้จักอีกทีค่ะ เค้าได้มาแล้วไม่ถูกใจ เลยขายทิ้งไม่แพง /@mazeandzest

    • ไม่ต้องค่ะ ความสามารถ Wifi เป็นแค่ฟังก์ชั่นนึงที่ทำให้เราง่ายในการส่งข้อมูลภาพไปยังเครื่องพิมพ์เท่านั้นค่ะ ถ้าไม่ใช้ wifi ก็เอาการ์ดไปเสียบตรงๆได้เลยค่ะ หรือไม่ก็เสียบสาย pictbridge หรือต่อ USB ก็ได้เหมือนกัน

    • เรื่องการเชื่อมต่อแบบไร้สาย อธิบายเพิ่มอีกทีนะคะ

      เครื่องจะต่อแบบไร้สายได้ 2 รูปแบบ คือ

      (1) ส่งภาพพิมพ์ผ่าน wifi ระหว่าง printer กับ smartphone โดยตรง; แบบนี้ ถึงจุดที่เราอยู่จะไม่มี wifi ให้ต่ออินเตอร์เนต เครื่องก็ยังคงทำงานด้วยความสามารถนี้ได้ เพราะมันไม่ได้ใช้ wifi ต่อออก internet แต่ใช้ wifi เป็นท่อเชื่อมระหว่าง printer กับ smartphone ตรงๆค่ะ

      (2) ส่งภาพพิมพ์ผ่าน wifi router; ปกติใช้คำสั่งนี้ค่ะ เพราะพิมพ์ที่บ้าน เปิดเครื่องมาก็ให้มันต่อเนต แล้วสั่งผ่านมือถือเพื่อพิมพ์เลยค่ะ

  1. Pingback: Changkhui MAG | Review: มาใช้ Fitbit Flex เพื่อสุขภาพกันเถอะ

  2. สอบถามเพิ่มคะ เห็นรีวิวมามีกระดาษแบบสติ๊กเกอร์ด้วยใช่ป่าวคะ หรือว่าคนละรุ่นกัน

    • ตามสเปครุ่นนี้ กระดาษแบบ sticker มีค่ะ จะเป็นรุ่น KC-18IL กับ KC-18IF ขนาดเท่ากับบัตรเครดิต เหมือนเราจะต้องมี Credit Card Paper Cassette: PCC-CP400 for CP900 ด้วยค่ะ แต่ไม่รู้ว่าบ้านเรามีขายหรือเปล่า อันนี้อาจจะต้องลองสอบถามพนักงานขายของ Canon ดูนะคะ
      http://support-sg.canon-asia.com/contents/SG/EN/8201574900.html

  3. ราคาประมาณกี่บาทค้ะ หาซื้อได้ที่ช็อป cannon รึป่าวค้ะ ?

    • ลองแวะไปดูที่ศูนย์ Canon หรือตามห้างได้เลยค่ะ

  4. ถ้าจะนำมาล้างรูปติดจานขายนักท่องเที่ยวจะได้ไหมคะ

    • ลองสอบถามศูนย์บริการแคนอนค่ะ เพราะไม่รู้ว่าการติดจานต้องทนสารเคมีอะไรเป็นพิเศษ

  5. คือลองตั้งค่าหน้ากระดาษแบบ 2P จากตัวเครื่องแล้วอะค่ะ แต่ว่าพอปริ้นออกมาแล้วมันก็ยังเป็นรูปเต็มอยู่
    อยากรบกวนถามว่า มันทำยังไงคะ

  6. ถ้าปริ้นต่อเนื่องทีละหลายๆใบ หรือวันนึงผมอาจปริ้น 50 ใบขึ้นไป เครื่องจะมีปัญหาไหมครับ

    • จากที่เคยใช้ ไม่มีปัญหานะคะ แต่มันอาจจะพิมพ์ไม่เร็วทันใจนะคะ

Leave a comment

Leave a Reply