รีวิว เจาะลึกเนื้อเรื่อง Evangelion EP 09: Both of You, Dance Like You Want to Win

EP 09: Both of You, Dance Like You Want to Win “Shunkan, kokoro, kasanete (Moment and Heart Together)” (瞬間、心、重ねて), หัวใจที่เป็นหนึ่งเดียว

Neon Genesis Evangelion 09

Aired November 29, Heisei 7 (1995)
Script: Aiko Satsukawa, Hideaki Anno / Storyboards: Shinji Higuchi / Director: Seiji Mizushima / Chief Animator: Shinya Hasegawa / Assistant Character Designers: Mahiro Maeda, Mistumu Wogi

เรื่องย่อ:

หลังจากการขนส่ง Eva-02 มาส่งที่ญี่ปุ่นเสร็จสิ้น อาสึกะย้ายเข้ามาอยู่ในอพาร์ตเม้นเดียวกันกับมิซาโตะและชินจิ และต้องต่อสู้กับเทวทูตที่ไม่สามารถจัดการได้ด้วยการโจมตีเพียงคนเดียว ทำให้ชินจิและอาสึกะต้องฝึกทีมเวิร์คอย่างเข้มข้นในเวลาไม่กี่วัน เพื่อที่จะล้มเทวทูตได้ด้วยการโจมตีอย่างพร้อมเพรียงของทั้งคู่

Review per Cut:

เปิดเรื่องมาด้วยบทสนทนาของเหล่านักเรียนชายที่กำลังเม้าท์เกี่ยวกับนักเรียนชาวต่างชาติที่เพิ่งย้ายมาอยู่ห้อง 2A (ห้องเดียวกับชินจิ) เหตุการณ์นี้เกิดหลังจากตอนที่ 8 ได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว

์NGE09_01.30

NGE09_01.37

NGE09_01.39

NGE09_01.44

 

ในช่วงฉากนี้ ส่วนของพากย์ไทยจะเปลี่ยนบทไปเล็กน้อย เป็นลักษณะชื่นชมว่าเก่งที่ต้องปรับตัว แต่ถ้าจากต้นฉบับจะเป็นจินตนาการเพ้อฝันของพวกหนุ่ม ๆ ว่าน่าจะอกหักมาจากเยอรมันแล้วย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยใจที่บอบช้ำ

NGE09_01.56

 

และเป็นที่แน่นอน สาวสวยย่อมเป็นที่หมายปอง มีหนุ่ม ๆ มาส่งจดหมายรักให้อาสึกะมากมาย (ซึ่งเจ๊ก็ไม่สน) และเธอก็เป็นหัวข้อสนทนาในวงผู้ชาย รวมถึงท่าทางที่แสนจะมั่นใจ ทำให้ผู้หญิงหลายคนหมั่นไส้กันเลยทีเดียว

NGE09_02.01

NGE09_02.07

NGE09_02.11

NGE09_02.14

 

ดูเหมือนว่าภาพลักษณ์ของอาสึกะที่คนนอกเห็นค่อนข้างดี และเธอเองก็ดูจะเข้ากับคนอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย รวมถึงป็อบปูล่าร์ในกลุ่มผู้ชายมาก เพราะรายการจองรูปแอบถ่ายของเธอยาวเป็นหางว่าว ในโพยคิดราคาพิเศษรูปละ 30 เยน ประเมินคร่าวๆแล้วไอดะน่าจะทำเงินได้อย่างน้อย 12,930 เยนจากล็อตนี้ (เพราะมีแต่หน้าแรก ไม่เห็นหน้าอื่น) แต่โทจิก็เหน็บว่ารูปถ่ายมันบอกนิสัยจริงเจ้าตัวไม่ได้นี่นา

NGE09_01.49

NGE09_02.20

NGE09_02.22

 

ฉากตัดมาช่วงเดินทางไปโรงเรียนตอนเช้า พร้อม BGM ประจำตัวของเธอ “Asuka Strikes!” ที่เป็นเสียงไวโอลินแบบสนุกสนานคล้าย ๆ สไตล์ German Folk music (ฟังครั้งแรกนึกว่าเพลง Country ขี่ม้าไล่วัว) อาสึกะทักทายอรุณสวัสดิ์กับชินจิด้วยภาษาเยอรมัน Guten Morgen แล้วก็แกล้งดีดหน้าผากโทษฐานทำหน้าไม่ดีใจที่ถูกอาสึกะผู้แสนสง่างามทักทาย

NGE09_02.37

 

อาสึกะถามหา First Children ซึ่งก็คืออายานามิ ว่าคือคนไหน ฉากโชว์ความอลังของเมือง ที่แม้แต่สะพานลอยยังเป็นบันไดเลื่อน และยังสื่อถึงลักษณะนิสัยของอาสึกะที่ชอบอะไรที่เป็นจุดสนใจ โดดเด่น และไม่แคร์ใคร จากการที่ยืนคุยขวางทางคนอื่นและวิธีการทักทายเรย์

NGE09_02.43

NGE09_03.09

 

ในฉากนี้เราจะเห็นว่าเรย์มีงานอดิเรก คือ การอ่านหนังสือ และดูเหมือนเธอจะตื่นเช้ามาก เพื่อมานั่งอ่านหนังสือก่อนเข้าเรียน ที่น่าสนใจคือหนังสือที่เรย์อ่านไม่ใช่ Textbook ภาษาอังกฤษ คาดว่าเป็นภาษาเยอรมัน จากรูปดูแล้วเป็นเรื่องพันธุวิศวกรรม เนื้อหาเกี่ยวกับ Cloning และ Gene Mutation (รูปวงกลมด้านขวาเป็น Plasmid DNA) ซึ่งค่อนข้างล้ำมากสำหรับเด็ก ม.2

NGE09_02.54

 

บทสนทนาที่อาสึกะทำความรู้จักกับเรย์ จะเห็นว่าเรย์ไม่สนใจจะผูกสัมพันธ์กับใครด้วยความตั้งใจของตัวเอง แต่ถ้ามีคำสั่งมาก็จะทำ โทจิก็ได้แต่บ่นว่านักบินอีวามีแต่พวกประหลาด

NGE09_03.21

 

ภาพตัดกลับมาที่ Nerv ริทซึโกะกำลังวิเคราะห์ข้อมูลของ Gaghiel เทวทูตลำดับที่ 6 อยู่ คาจิก็เข้ามากอดจากด้านหลัง ดูเหมือนเธอจะคุ้นเคยกับนิสัยของคาจิอยู่พอดู

NGE09_03.26

NGE09_03.35

NGE09_03.37

 

ฉากนี้มีบทสนทนาซ่อนความลับเรื่องความรักของริทซึโกะไว้ด้วย แม้ว่าเผิน ๆ จะเหมือนบทสนทนาเรื่อยเปื่อย แต่ความรักของเธอก็เป็นอย่างที่คาจิบอก เป็นความรักที่แสนจะอาภัพ (ดูเหมือนความเชื่อเรื่องไฝใต้ตาจะคล้ายกันในหลายประเทศอยู่ ที่บอกว่าจะต้องร้องไห้ไปตลอดทั้งชีวิต)

NGE09_03.53

 

ในระหว่างนั้นมิซาโตะก็หัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้ามาในห้องหลังจากเห็นคาจิกำลังเจ้าชู้ใส่ริทซึโกะอยู่ และก็ไล่คาจิกลับเยอรมัน แต่คาจิบอกว่ายังต้องอยู่ต่อเพราะถูกยืมตัวเอาไว้ ทั้ง 3 คนเคยเป็นเพื่อนเก่าและเคยร่วมงานกันมาก่อน

NGE09_03.54

NGE09_03.58

NGE09_04.14

 

จู่ ๆ ก็มีการรายงานจากเรือลาดตระเวน อาสึนะ ว่าพบเทวทูตที่คาบสมุทรคิอิ ฟูยุซึกิซึ่งดูแลหน้าที่ชั่วคราวแทนเกนโดในตอนนี้ได้ออกคำสั่งให้ทุกคนเข้าประจำการรบ

NGE09_04.22

NGE09_04.34

NGE09_04.33

 

ตอนนี้จะเป็นตอนที่มีการพูดประโยค BLOOD TYPE: BLUE โดยฮิวงะ เพื่อสื่อว่าวิเคราะห์แล้วเป็นเทวทูต ซึ่งข้อความนี้อ้างอิงมาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ชื่อว่า Blue Christmas (1978) ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงคริสมาสที่ UFO มาปรากฎตัวที่โลก และคนที่เห็น UFO จู่ๆเลือดในตัวก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้า และถูกคนอื่นๆไล่ฆ่าด้วยเหตุผลที่ว่าคนเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ที่มาจากต่างดาว ถ้าได้ดู Trailer แล้วจะได้ฟิลลิ่ง Eva ลอยมาเลย เพราะใช้เพลงประกอบเป็นเพลงออเครสตร้าเช่นกัน

 

ฮารุนะ เป็นเรือลาดตระเวนประจัญบาน คลาสคองโก (Kongou-Class) ถูกต่อขึ้นที่อู่ต่อเรือคาวาซากิ ของ บริษัทต่อเรือ คาวาซากิ ชิพบิลดิง คอร์ปอเรชั่น (Kawasaki Shipbuilding Corporation) ณ เมืองโกเบ (Kobe) จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) ในปี 1912

haruna

คาบสมุรคิอิ (Kii Peninsula) อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง Tokyo-3

Japan_satellite_view_with_Kii_Peninsula_marked

 

ฉากหลังยังคงเห็นการกำจัดซากเทวทูต Ramiel ต่อเนื่องมาจากตอนที่ 7 (ดูเหมือนจะคืบหน้าไปไม่เท่าไร) เพื่ออ้างอิงว่าจากการสู้รบครั้งล่าสุด Tokyo-3 ยังไม่พร้อมรับการโจมตีครั้งใหม่นี้ได้ ทำให้มิซาโตะวางแผนยุทธการรบใหม่โดยการขนกองทัพไปจัดการเทวทูตก่อนที่จะมาถึง Tokyo-3 โดยลำเลียงพลทั้งทางบกและทางอากาศ ซึ่งครั้งนี้ Eva-01 และ Eva-02 ถูกนำมาใช้ปฏิบัติการรบทั้งคู่

NGE09_04.43

NGE09_04.48

NGE09_04.54

NGE09_04.56

NGE09_04.58

 

อาสึกะเซ็งที่การรบครั้งแรกในญี่ปุ่นของเธอไม่ได้เปิดตัวอย่างอลังการ เลยเหวี่ยงใส่ชินจิ

NGE09_05.18

 

ฉากเตรียมการรบอย่างเท่ (เช่นเคย) เป็นการเตรียมการรบนอกพื้นที่ ทีมสนับสนุนต่างๆเตรียมแหล่งพลังงานจ่ายไฟให้กับ Eva และมีเพลง BGM “a step forward into terror” สร้างอารมณ์แต่ก็แอบสงสัยว่ารถพี่ลุยทรายได้ไง ตีนตะขาบหรือก็เปล่า ของก็หนักมากเลยนะนั่น

NGE09_05.27

NGE09_05.30

NGE09_05.33

NGE09_05.34

NGE09_05.36

NGE09_05.39

NGE09_05.48

NGE09_05.50

 

เทวทูตลำดับที่ 7 “Israfel” ปรากฎตัวที่ชายฝั่ง มีหน้ากากที่เหมือนสัญลักษณ์หยินหยาง

NGE09_05.53

NGE09_05.57

NGE09_05.58

 

Israfel เป็นชื่อเทวทูตแห่งแตรในศาสนาอิสลาม ที่มีหน้าที่ประกาศวันแห่งการคืนชีพ ซึ่งปกติแล้วใน NGE มักจะอ้างอิงชื่อเทวทูตตามศาสนายูดาห์หรือศาสนาคริสเป็นหลัก (อย่างไรก็ดี ชื่อของเหล่าเทวทูตในทั้ง 3 ศาสนานั้นมีความคล้ายคลึงและเกี่ยวพันเพราะมีที่มาร่วมกันนั่นเอง เพียงแต่ว่าจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปตามความเชื่อของแต่ละกลุ่ม) ถ้าลองไปค้นเพิ่มจะพบว่าชื่อ Israfel นี้เป็นอีกชื่อของอัครเทวทูตที่ชื่อ Uriel ที่อยู่ในระดับ Seraphim (เป็นระดับสูงสุดของเหล่าเทพ สูงกว่า Cherubim มี 6 ปีก) ปรากฎอยู่ในทั้ง Old Testament และ New Testament และถ้าใครเป็นแฟน Magic the Gathering อาจจะเคยเห็นชื่อ Israfel ว่าเป็นArchangle แห่งเสียงเพลงอีกด้วย

Israfel in Islamic

ที่มา: britannica.com

อาสึกะชิงตัดหน้าโจมตีและสั่งให้ชินจิทำหน้าที่คุ้มกันให้ เพียงฉับเดียวก็ฟัน Israfel ขาดเป็น 2 ท่อน ด้วย Sonic Glaive (ง้าว ที่ปลายใบมีดน่าจะใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Prog Knife)

NGE09_06.12

NGE09_06.24

NGE09_06.28

NGE09_06.31

ถ้าสังเกตให้ดีจะมีฉากเห็นเส้นเลือดขึ้นในตาของอาสึกะตอนกระโดด และมี Gimmick แทรกเล็กน้อยในฉากที่ Eva-02 กระโดดเหยียบซากอาคาร จะมีป้ายโฆษณา Studio Fantasia ซึ่งเป็นค่ายเล็ก ๆ ที่เคยร่วมงานกับ Gainaxมาก่อน ใน Gunbuster (1988) นอกจากนี้ยังมีเรื่องประหลาดเกี่ยวกับเทวทูตตัวนี้อีกนิดหน่อยตรงที่ว่า มันกระพริบตาได้ด้วย

NGE09_06.17

NGE09_06.21

NGE09_06.22

อาสึกะอวดชินจิถึงการต่อสู้ที่จบลงอย่างสวยงาม แต่ไม่ทันไร เทวทูตก็แบ่งร่างเป็น 2 ตัว มิซาโตะได้แต่บอกว่าขี้โกงนี่หว่า

NGE09_06.44

NGE09_06.46

NGE09_06.48

NGE09_06.49

NGE09_06.51

ฉากตัดกลับมาที่ฐานทัพ Nerv เป็นอันสรุปว่า Eva-01 และ Eva-02 โดนเทวทูตซัดกระเด็นไปคนละทางจนหมดสภาพ ในภาพและเสียงรายงานของมายะ สรุปว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตอน 10:58 นาฬิกา ช่วงเช้า โดยชินจิหมอบเป็นคนแรก จมที่อ่าวซุรุงะ หลังจากนั้นไม่ถึงนาที อาสึกะก็กระเด็นขึ้นฝั่งห่างออกไป 2 กิโลเมตร หมดสภาพ และใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการนำนักบินกลับมายังฐานทัพ (หน้าจอแสดงเวลา 15:42 นาฬิกา)

NGE09_06.56

NGE09_07.04

NGE09_07.05

NGE09_07.07

NGE09_07.12

suruga bay

ทั้งอาสึกะและชินจิก็ทะเลาะกันว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย จะเห็นว่าตั้งแต่อาสึกะเข้ามา ชินจิดูจะมีชีวิตชีวามากขึ้น กล้าเถียง กล้าแสดงอารมณ์ออกไปอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับหลายๆตอนที่ผ่านมาที่เอาแต่เงียบหรือไม่ก็ไม่พอใจเป็นส่วนใหญ่

NGE09_07.18

NGE09_07.21

NGE09_07.25

NGE09_07.37

ภาพอธิบายเหตุการณ์หลังจาก Eva ทั้ง 2 เครื่องแพ้ UN ตัดสินใจใช้ระเบิดน้ำลึก N² depth charge โจมตีเทวทูตในเวลา 11:05 นาฬิกา (ในแปลอังกฤษใช้เป็น N² Mine จากรูปน่าจะต้องเป็นแบบทุ่นระเบิดมากกว่า เพราะเทวทูตไม่ได้อยู่ในทะเลแล้ว) สามารถเผา 28% ของร่างกายเทวทูตและหยุดการเคลื่อนไหวทั้ง 2 ส่วนได้ มีการตั้งชื่อ 2 ส่วนที่ว่าเป็น Kou (甲, ทอง) และ Otsu (乙, เงิน) เห็นได้ว่าเทวทูตตัวนี้มีพลังโจมตีและพลังป้องกันต่ำกว่าเทวทูตตัวอื่นๆที่ผ่านมา แต่มีรูปแบบการโจมตีที่แปลกไป

NGE09_07.39

NGE09_07.46

NGE09_07.47

NGE09_07.49

NGE09_07.52

NGE09_07.55

รองผบ. ฟุยุซึกิไม่พอใจที่ทั้ง 2 คนทำให้ Nerv ต้องอับอาย (ถือเป็นการเสียหน้าต่อ UN และ รัฐบาลเป็นครั้งแรก) และย้ำชัดกับทั้งคู่ว่าหน้าที่ของนักบินไม่ใช่ขับอีวาแต่คือการกำจัดเทวทูต

NGE09_08.10

NGE09_08.17

ในขณะเดียวกัน มิซาโตะ ต้องรับเละเรื่องเอกสารประท้วงจำนวนมหาศาลจากหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ รวมทั้งใบแจ้งหนี้ค่าใช้จ่ายที่ UN ต้องดำเนินการในส่วนของการโจมตีเทวทูตอีกด้วย แม้แต่หน่วยงานภายในของ Nerv อย่างฝ่าย PR เองยังทำใบเอกสารร้องเรียนหน่วยยุทธการเช่นกัน

NGE09_08.33

NGE09_08.36

มีฉากล้อเลียนผบ.อิคาริ และฉากการกำจัดซาก Ramiel ที่เริ่มคืบหน้ามากขึ้น

NGE09_08.57

NGE09_08.56

มิซาโตะกับริทซึโกะคุยกันเรื่องความผิดพลาดในครั้งนี้ว่าโชคดีที่ ผบ.อิคาริ ไม่อยู่ไม่งั้นโดนเด้งแน่ และแผนการจัดการเทวทูตที่มิซาโตะขอให้ริทซึโกะช่วย แต่ว่าครั้งนี้ไม่ได้มาจากเธอ แต่เป็นคาจิที่ส่งมาให้ (บนแผ่นดิสก์เขียนว่า My honey) ทั้งบทสนทนาและสายตาของตัวละคร บอกถึงความสัมพันธ์ของทั้ง 3 คนว่าเป็นเพื่อนกันมานาน และมิซาโตะเองก็ยังมีเยื่อใยให้กับคาจิอยู่มาก

NGE09_09.00

NGE09_09.06

NGE09_09.29

NGE09_09.31

NGE09_09.32

NGE09_09.34

ชินจิที่กลับถึงบ้าน ต้องแปลกใจกับของจำนวนมากที่อยู่ในบ้านรวมถึงห้องของตัวเองด้วย อาสึกะบอกว่าตัวเองจะย้ายมาอยู่กับมิซาโตะ แม้ว่าจริง ๆ แล้วจะอยากอยู่กับคาจิมากกว่าก็ตาม และชินจิก็เตรียมย้ายออกได้แล้ว ในช่วงนี้จะเห็นว่าระดับคำพูดของชินจิกับอาสึกะที่ใช้กับมิซาโตะแตกต่างกัน ชินจิเรียก มิซาโตะซัง ในขณะที่อาสึกะเรียกว่า มิซาโตะ เฉย ๆ (มิซาโตะเคยดูแลอาสึกะมาก่อนตอนที่มิซาโตะยังทำงานอยู่ที่ Nerv สาขาเยอรมัน)

NGE09_09.41

NGE09_09.53

NGE09_09.58

NGE09_10.00

NGE09_10.08

NGE09_10.16

NGE09_10.25

NGE09_10.31

NGE09_10.35

NGE09_10.39

แต่กลายเป็นว่าทั้ง 2 คนจะต้องอยู่ด้วยกัน เพื่อแผนการรบครั้งต่อไป โดยการให้ทั้ง 2 คนจดจำรูปแบบการโจมตีตามจังหวะเพลงให้ได้ภายใน 6 วัน ตรงนี้พากย์ไทยจะเปลี่ยนบท จากเดิมอาสึกะจะบอกว่า “เค้าบอกกันไม่ใช่หรือว่าห้ามเด็กผู้ชายกับเด็กผู้หญิงนอนด้วยกันถ้าอายุเกิน 7 ขวบ” กลายมาเป็น “ฉันจะไม่ยอมอยู่ร่วมบ้านกับผู้ชายเด็ดขาด” และถ้าสังเกตเครื่องดื่มของทั้ง 3 คน จะดื่มตามคาแรคเตอร์ของแต่ละคน มิซาโตะดื่มเบียร์ ชินจิดื่มชา และอาสึกะดื่มน้ำอัดลม (สีแดง)

NGE09_10.50

NGE09_10.51

NGE09_10.56

NGE09_10.59

NGE09_11.11

NGE09_11.31

ไอดะกับโทจิมาเยี่ยมชินจิที่บ้านหลังจากที่ชินจิขาดเรียนไป 3 วัน และบังเอิญเจอกับหัวหน้าห้องฮิคาริที่หน้าลิฟต์พอดี เป็นครั้งแรกที่เห็นโทจิไม่ได้ใส่ชุดพละมา และตอนที่หัวหน้าห้องเห็นทั้ง 2 คน ก็เรียกว่า “2 บ๊องแห่งแก๊ง 3 เพี้ยน” แต่ในพากย์ไทยจะพูดแค่ว่า “ทำไมวันนี้มาแค่ 2 คนเองล่ะ”

NGE09_11.48

เจอจุดจับผิดในฉาก (อีกแล้ว) อาคารนี้ถ้าอิงตามจำนวนชั้นในลิฟต์จะมี 13 ชั้น ตอนที่ลิฟต์เปิดออกบอกว่าเป็นชั้นสูงที่สุด แต่ตามเนื้อเรื่องแล้วไม่ได้อยู่ชั้นบนสุด

NGE09_11.46

NGE09_11.53

NGE09_12.03

ทั้ง 3 คนตกใจมากที่เห็นอิคาริและอาสึกะที่ไม่ได้ไปเรียน 3 วันอยู่บ้านเดียวกันแถมใส่ชุดเข้าคู่กันอีกด้วย ทำเอาคิดไปเลยเถิด จังหวะเดียวกับที่มิซาโตะกลับมาห้องพร้อมกับเรย์ (คาดว่าจะพาเรย์มาเป็นคู่แข่งให้เป็นแรงฮึดสำหรับอาสึกะที่ชอบเอาชนะ)

NGE09_12.09

NGE09_12.12

NGE09_12.15

NGE09_12.35

NGE09_12.39

NGE09_12.40

ทุกคนเข้ามานั่งคุยกันในห้องและเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าทั้งชินจิและอาสึกะจะยังเข้าจังหวะกันไม่ได้เสียที (ทั้งที่ฟังเสียงจะรู้ว่าคนที่ผิดก่อนคืออาสึกะต่างหาก) แถมอาสึกะยังบอกว่าไม่มีคนอื่นแทนเธอได้อยู่แล้ว มิซาโตะเลยให้เรย์ลองเล่นเกมเพื่อซ้อมจังหวะกับชินจิโดยที่ไม่เคยฝึกด้วยกันมาก่อน (อันนี้เจ๊แกตั้งใจแน่นอน ดูจากสีหน้าได้ว่าเข้าแผน) ปรากฎว่าเรย์และชินจิเข้าคู่กันได้อย่างยอดเยี่ยม มิซาโตะก็แกล้งพูดว่าเปลี่ยนเป็นเรย์แทนอาจจะดีกว่า ทำให้อาสึกะเจ็บใจและหนีเข้าห้องไป หัวหน้าห้องฮิคาริสั่งให้ชินจิตามไปขอโทษอาสึกะ (เหมือนว่าอาสึกะจะสนิทกับฮิคาริที่สุดในห้องเรียน) ทั้งที่คนที่ทำให้อาสึกะโกรธก็คือเรย์กับมิซาโตะ แต่ในสายตาของฮิคาริที่มองว่าทั้งสองคนมี something จึงมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพราะชินจิที่ทำให้อาสึกะงอนเสียใจ

NGE09_12.42

NGE09_12.55

NGE09_12.56

NGE09_13.06

NGE09_13.12

NGE09_13.13

NGE09_13.17

NGE09_13.23

NGE09_13.31

NGE09_13.36

NGE09_13.42

NGE09_13.47

NGE09_13.49

เกมจับจังหวะที่ปรากฎในเรื่องจะคล้ายคลึงกับกับเกมทวิสเตอร์ ในเรื่องของรูปแบบแผ่นเกม หลายคนอาจจะไม่เคยเห็นเกมนี้มาก่อน  เกมทวิสเตอร์มีจำหน่ายครั้งแรกในปี 1966 ที่อเมริกาและเป็นที่นิยมอย่างมาก ต่อมาก็แพร่หลายไปทั่วโลกรวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งเกมนี้นิยมเล่นกันในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงาน หลายครั้งก็ออกไปในทางลามกหรือทะลึ่งทะเล้น ความสนุกของทวิสเตอร์อยู่ที่ว่าผู้เล่นจะจัดท่าทางและร่างกายของตนให้ผ่านแต่ละรอบไปได้อย่างไร วิธีการเล่นคือ

  1. หมุนจานหมุน เพื่อกำหนดว่าจะให้คนเล่นตานั้นวางมือหรือเท้าข้างไหนไว้ที่ช่องไหน
  2. ผู้เล่นทำตามที่หมุนได้ หรือกรณีมีเล่นกันแค่ 2 คนให้อีกคนกำหนดให้อีกฝ่าย
  3. ผู้เล่นคนไหนเข่าหรือศอกแตะพื้น ถือว่าแพ้ ผู้ชนะคือคนที่อยู่ได้เป็นคนสุดท้าย

Z0006106

ชินจิตามมาที่ร้านสะดวกซื้อ (จากสภาพมันยังเปิดให้บริการหรือเนี่ย!) อาสึกะที่อารมณ์เบาลงแล้วก็กลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมอีก ทั้งคู่ขึ้นไปกินข้าวเย็นบนดาดฟ้าด้วยกัน อาสึกะตั้งใจว่าจะเอาจริงให้เรย์กับมิซาโตะเห็น โทษฐานที่มาหยามศักดิ์ศรีเธอ ชินจิเห็นอาสึกะกลับมามั่นเหมือนเดิมก็สบายใจ

NGE09_14.04

NGE09_14.12

NGE09_14.18

NGE09_14.22

NGE09_14.31

NGE09_14.37

จากนั้นทั้ง 2 คนก็ซ้อมอย่างหนักเพื่อให้จำรูปแบบและเข้าจังหวะกันได้อย่างสมบูรณ์ภายใน 4 วัน (แม้กระทั่งท่านอน!) ถ้าดูตามปฏิทินในเรื่อง เนื้อเรื่องเกิดขึ้นในปี 2015 แสดงว่าเหตุการณ์ในตอนที่ 9 นี้ คือเดือนกันยายน เพราะในปี 2015 นั้น นอกจากเดือนกันยาแล้ว เดือนที่จะมีวันศุกร์ที่ 11 อีกครั้ง คือ เดือนธันวาคม (แต่ 3rd Impact จะเกิดขึ้นในเดือนธันวา 2015) ในฉากแปรงฟัน แก้วชินจิสะกดผิด เป็น SHNJI

NGE09_14.38

NGE09_14.42

NGE09_14.45

NGE09_14.47

NGE09_14.50

NGE09_14.51

NGE09_14.53

NGE09_14.54

NGE09_14.57

NGE09_15.01

NGE09_15.05

NGE09_15.06

คืนก่อนวันออกรบ มิซาโตะต้องค้างที่ทำงาน อาสึกะเลยแหย่ว่าอยู่กันสองต่อสอง แล้วย้ายฟูกไปนอนห้องมิซาโตะ แต่ชินจิก็ซื่อบื้อไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองคำพูดของอาสึกะ ทำให้อาสึกะที่กำลังอารมณ์ดีอยู่กลายเป็นหงุดหงิด แล้วก็เหวี่ยงใส่ชินจิตามเคย บอกว่าประตูห้องนี้คือกำแพงที่ไม่มีวันพังอย่างเด็ดขาด (ตอนที่ดูรอบแรก ๆ ไม่ได้มองจุดนี้ แต่จากการที่ฉากตัดไปที่คาจิและมิซาโตะ เหมือนเป็นการบอกใบ้เปรียบเทียบคู่รักที่ไม่เข้าใจกัน 2 คู่) ปล. จริง ๆ เราสายเรย์นะ T-T

NGE09_15.10

NGE09_15.14

NGE09_15.18

NGE09_15.19

NGE09_15.22

NGE09_15.32

NGE09_15.33

NGE09_15.34

NGE09_15.40

NGE09_15.42

NGE09_15.45

ในต้นฉบับฉากนี้ อาสึกะจะพูดว่าประตูห้องนี้คือ “กำแพงแห่งเจริโค” เป็นชื่อกำแพงเมืองที่อยู่ใน Old Testament เมืองเจริโค ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ ดินแดนปาเลสไตน์ ใกล้กับแม่น้ำจอร์แดนและอยู่ทางทิศหนือของทะเลเดดซี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยใน Old Testament บรรยายว่า โยชูวา (ผู้สืบทอดภาระกิจการเป็นผู้นำชนชาติอิสราอีล/ยิว เป็นบุตรชายนูนผู้รับใช้ของโมเสส) พยายามจะตีเมืองเจริโคอยู่นานถึง 6 เดือน แต่ติดกำแพงเมืองล้อมรอบที่มั่นคงแข็งแรงและมีป้อมปราการสูงเทียมฟ้า พระเยโฮวาห์ทรงมาตรัสกับโยชูวาว่า ให้ปุโรหิตหาบหีบแห่งพันธสัญญาพร้อมเป่าแตรเขาแกะแห่วนรอบเมือง วันละ 1 รอบ นาน 6 วัน และวันที่ 7 ให้วน 7 รอบ แล้วค่อยส่งเสียงโห่ กำแพงจึงพังลงมา เลยตีเมืองเจริโคได้สำเร็จ เป็นการสื่ออย่างมีนัยยะว่า กำแพงนี้แม้จะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าเพียรพยายามและรู้จังหวะก็ย่อมจะทลายลงได้ บวกกับคำพูดที่ว่า “ได้เวลาเด็กเข้านอนแล้ว” น่าจะเป็นการจิกกัดความซื่อบื้อของชินจิ

ภาพตอนที่โยชูวาให้เหล่าปุโรหิตเดินขบวนรอบกำแพงเมืองเจริโค

ภาพตอนที่โยชูวาให้เหล่าปุโรหิตเดินขบวนรอบกำแพงเมืองเจริโค (ปาเลสไตน์)

ในขณะที่ชินจิยังไม่หลับ อาสึกะลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ชินจิก็รีบแกล้งหลับทันทีพร้อมปิดเพลง (เพลงหยุดอยู่ที่ลำดับที่ 25 อีกแล้ว) สักครู่อาสึกะก็มาล้มตัวนอนข้าง ๆ ชินจิถึงกับตาถลน เพราะมองเห็นร่องอกของอาสึกะชัดเจนมาก ด้วยบรรยากาศและสิ่งเร้าตรงหน้า ทำให้ชินจิพยายามจูบอาสึกะ แต่ก็ต้องหยุดเพราะอาสึกะร้องไห้เรียกหาแม่ในฝัน ชินจิก็ตระหนักเหมือนกันว่าอาสึกะก็ยังทำตัวเป็นเด็กเหมือนตัวเอง (เพียงแต่ไม่ยอมแสดงออกให้ใครเห็น)

NGE09_15.53

NGE09_15.55

NGE09_16.00

NGE09_16.01

NGE09_16.08

NGE09_16.15

NGE09_16.24

NGE09_16.25
NGE09_16.33

NGE09_16.30

NGE09_16.51 
NGE09_17.00

NGE09_17.05
NGE09_17.06

NGe09_17.14

ฉากตัดมาในลิฟต์ คาจิกอดรัดมิซาโตะและจูบเธอ มิซาโตะเองก็ขัดขืนแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ พอพ้นจากลิฟต์ได้ คาจิก็แซวว่าจะให้เชื่ออะไรระหว่างริมฝีปากของเธอหรือคำพูดของเธอที่ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ทำให้มิซาโตะหงุดหงิดตัวเองมาก ในฉากนี้จะเห็นชื่อ PROJECT-E ชัดเจนในเอกสารของมิซาโตะ

NGE09_17.23

NGE09_17.26

NGE09_17.29

NGE09_17.31

NGe09_17.33

NGe09_17.39

NGE09_17.42

NGE09_17.46

NGe09_17.54

NGE09_17.55

NGE09_17.57

NGE09_18.00

NGE09_18.09

คืนนั้น มิซาโตะไปพักเบรคดื่มกาแฟกับริทซึโกะ เลยโดนแซวเรื่องคาจิเต็ม ๆ และบอกมิซาโตะว่าคาจิน่าจะยังรักมิซาโตะอยู่ แนะให้มิซาโตะซื่อตรงกับความรู้สึกของตัวเองเพราะ 8 ปีแล้วอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนไป แต่มิซาโตะก็ยังคิดว่าทั้งคู่ยังไม่เป็นผู้ใหญ่มากพออยู่ดี

NGE09_18.16

NGE09_18.17

NGE09_18.25

NGE09_18.29

NGE09_18.53

NGE09_19.03

วันที่ 11 วันปฏิบัติการรบ ทั้ง 2 คนเข้าต่อสู้กับเทวทูตพร้อมกับดนตรี BGM “both of you, dance like you want to win!” และใช้เวลาในการกำจัด 62 วินาที ปฏิบัติการจบลงด้วยดี เทวทูตระเบิดตัวเองหลังจากที่ Core ถูกโจมตีตอนรวมร่างกลับ แต่ว่า Eva ทั้ง 2 เครื่องลงจอดได้ไม่ค่อยสวยเท่าไร

การรบในครั้งนี้ Eva งัดอาวุธออกมาใช้หลายชนิด ได้แก่ Javelin (ลักษณะคล้าย Pole 2 อันยิง AT-field เหมือนกำแพงเลเซอร์ตัด Israfel ออกเป็น 2 ส่วน), Pallet Gun และ Positron Rifle รวมทั้งต้องใช้อาวุธของ UN ในการขัดขวางเทวทูตอีกด้วย

NGE09_19.18

NGE09_19.22

NGE09_19.24

NGE09_19.28

NGE09_19.33

NGE09_19.47

NGE09_19.49

NGE09_19.56

NGE09_19.56 (2)

NGE09_20.00

NGE09_20.03

NGE09_20.04

NGE09_20.05

NGE09_20.06

NGE09_20.06 (2)

NGE09_20.09

NGE09_20.10

NGE09_20.13

NGE09_20.14

NGE09_20.15

NGE09_20.15 (2)

NGE09_20.17

NGE09_20.18

NGE09_20.21

NGE09_20.22

NGE09_20.23

NGE09_20.26

NGE09_20.27

NGE09_20.28

NGE09_20.29

NGE09_20.30

NGE09_20.31

NGE09_20.33

NGE09_20.33 (2)

NGE09_20.34

NGE09_20.35

NGE09_20.37

NGE09_20.38

NGE09_20.39

NGE09_20.47 (2)

NGE09_20.47

NGE09_20.49

NGE09_20.52

NGE09_20.55

NGE09_20.59

NGE09_21.02

NGE09_21.05

NGE09_21.08

ในตอนจบ ชินจิกับอาสึกะเถียงกันว่าลงท่าไม่สวยเพราะใคร อาสึกะตะโกนถามชินจิว่าเมื่อคืนนอนดึก ๆ ดื่น ๆ ทำอะไรอยู่ ชินจิก็เถียงว่าก็ทำ Image Training การต่อสู้วันนี้ไง อาสึกะบลัฟไปว่า ไม่ใช่จะรอขโมยจูบงั้นหรอ ชินจิก็ตกใจว่ารู้ได้ไง อาสึกะยิ่งโกรธที่กลายเป็นว่าเป็นเรื่องจริง เถียงกันไปมากลางสนามรบในสภาพดูไม่ได้ ทำเอารอง ผบ. ฟุยุซึกิ กุมขมับ

NGE09_21.16

NGE09_21.33

NGE09_21.53

NGE09_21.54

My mention:

โทนเรื่องในตอนที่ 9 เน้นพัฒนาการความสัมพันธ์ของตัวละครหลาย ๆ ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาสึกะและชินจิ อาสึกะเป็นตัวละครที่มีบุคลิกชัดเจนมากในเรื่องของความมั่นใจและเป็นคนไม่ยอมแพ้ ชอบการเป็นจุดสนใจ แต่จริง ๆ แล้วเป็นตัวละครที่ขี้เหงามากและไม่กล้าที่จะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเป็นอันขาด ด้วยความที่อาสึกะแสดงออกด้านอารมณ์และคำพูดชัดเจนทำให้ชินจิเองก็ถูกดึงดูดให้มีการแสดงออกมากขึ้นด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ตอนที่ 9 ก็เริ่มที่จะมีเรื่องของเพศเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อาสึกะที่มาจากเยอรมันและเป็นเด็กผู้หญิงจึงมีความเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าเด็กผู้ชายโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับชินจิซึ่งอยู่แต่ในโลกของตัวเอง อาสึกะเริ่มมีความรัก (ให้คาจิ?) มีการหยอดและอ่อยชินจิ แต่ชินจิในตอนแรกยังบื้อเกิน จนกระทั่งคืนก่อนออกรบ ร่างกายของอาสึกะและบรรยากาศเริ่มปลุกความเป็นชายของชินจิขึ้นมา และในตอนหลังจากนี้ไป ชินจิเริ่มสนิทกับอาสึกะมากขึ้นมาก (เล่นขลุกกัน 24 ชั่วโมง 6 วันต่อเนื่องขนาดนั้น) โดยเปลี่ยนจากเรียกชื่อ “โซริว” มาเป็น “อาสึกะ” แทน

เรียกได้ว่าดูปุ๊บ ใครที่อวยอาสึกะอยู่น่าจะจิกหมอนกันได้อยู่ ส่วนเพลง Ending ยังคงอวยให้อาสึกะอยู่เหมือนเดิม (เปลี่ยน Version เสียงร้องเป็นอาสึกะและย้อมฉากเป็นสีแดง) ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ติดตามต่อใน Episode 10 กันนะคะ

<< Episode 8
กลับสู่สารบัญตอน >>