รีวิว เจาะลึกเนื้อเรื่อง Evangelion EP 06: Rei II

Ep6: Rei II
“Kessen, daisan shin Tōkyō-shi (Decisive Battle in Tokyo-3)” (決戦、第3新東京市), แผนพิทักษ์นีโอโตเกียวที่ 3

Neon Genesis Evangelion 06

Aired November 8, Heisei 7 (1995)
Script: Akio Satsukawa, Hideaki Anno / Storyboards: Masayuki / Director: Hiroyuki Ishido / Chief Animator: Nobuhiro Hosoi / Assistant Character Designer: Rei Yumeno

เรื่องย่อ:

การปรากฎตัวของเทวทูตลำดับที่ 5 ที่แข็งแกร่งเสมือนป้อมปราการลอยฟ้า เพราะมันจะยิงทุกอย่างที่อยู่ในระยะรัศมีที่มันตรวจจับได้ ทำให้มิซาโตะต้องวางแผนโจมตีจากระยะไกล ในชื่อ ปฏิบัติการยาชิม่า ที่จะใช้ปืนโพสิตรอนไรเฟิลโจมตียิงเจาะเกราะจากระยะไกลในระหว่างที่เทวทูตพยายามเจาะเข้าสู่ Geo Front จากปฏิบัติการนี้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างชินจิและเรย์ใกล้ชิดสนิทกันมากขึ้น

My opinion:

เปิดตอนมาด้วยฉากต่อจากตอนที่ 5 Ramiel เทวทูตตัวที่ 5 เปิดฉากโจมตีด้วยแสงพลังงานสูง จากรูปหน้าจอเห็นเป็นวงกลม 2 วงซ้อนกัน คล้ายห่วงยาง และวิ่งสวนกันเป็นสีส้มชัดขึ้น รูปนี้จะเขียนด้านในว่า Inner torus reactor  พอลองค้นข้อมูล พบว่าน่าจะจำลองรูปแบบไอเดียมาจากอุปกรณ์ที่เรียกว่า Tokamak ซึ่งเป็นอุปกรณ์รูปทรงห่วงยางที่ใช้เก็บกักพลาสมาความร้อนสูงด้วยสนามแม่เหล็ก และเกี่ยวข้องกับงานวิจัยในการผลิตพลังงานฟิวชั่นเทอร์โมนิวเคลียร์ที่ควบคุมได้ด้วย เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชั่น แสดงว่าพลังงานที่ยิงออกมาคือพลาสมานั่นเอง

NGE06_01.36

ก่อนที่ Ramiel จะเริ่มยิง

NGE06_01.38

Inner torus reactor หมุนวนจนเป็นสีส้ม

Tokamak_(scheme)

ภาพอธิบายหลักการทำงานของ Tokamak จะเห็นว่าเหมือน Torus Reactor

 

เทวทูตลำดับที่ 5 Ramiel เป็นเทวทูตแห่งสายฟ้า ใน Book of Enoch Ramiel เป็นอัครเทวทูตลำดับที่ 6 มีอำนาจควบคุมพายุ สายฟ้า และแผ่นดินไหว และถือเป็นหนึ่งใน The watchers อีกด้วย แต่ขณะเดียวกัน ใน Book of IV Esdras นั้น Ramiel เป็นทูตแห่งความหวัง ผู้มีหน้าที่ทำให้มนุษย์เห็นนิมิตศักดิ์สิทธิ์ และนำทางวิญญาณคนดีขึ้นสวรรค์ รวมถึงเป็นผู้ดูแลเหล่าผู้ที่จะฟื้นขึ้นมาหลังสงครามอามาเกดอนด้วย อย่างไรก็ตามในความเชื่อของชาวคริสเตียน Ramiel ได้กลายเป็นหนึ่งใน Fallen Angel คาดว่าเกิดจากเหตุที่เหล่า The watchers เทวทูตที่เดิมเป็นเพียงผู้มองดูเหล่ามนุษย์ได้ลงมาถ่ายทอดความรู้ให้มนุษย์และมีลูกหลานกับมนุษย์ แต่ลูกหลานเหล่านั้นกลับกินมนุษย์และพวกเดียวกันเอง พระเจ้าจึงได้ส่งอัครเทวทูตมิคาเอลลงมาจัดการ และเป็นสาเหตุหนึ่งในเหตุการณ์ก่อกบฎของลูซิเฟอร์

703925_f520

ภาพ Ramiel อัครเทวทูตระดับ Cherubim จะมี 6 ปีก

 

Eva-01 โดนยิงจังๆเข้าที่หน้าอก มิซาโตะสั่งให้เอา Eva กลับลงไป ฉากนี้ทำได้ดูอลังการมากตอนยิงทะลุอาคารจนละลาย แสดงแสนยานุภาพอันร้ายแรงของ Ramiel

NGE06_02.00

ความรุนแรงขนาดตึกละลายได้ภายในไม่กี่วินาที

 

Eva-01 ถูกลำเลียงกลับมาที่ Cage 7 ในสภาพเกราะอกหลอมเกือบเป็นรูทะลุเข้าไปเลย

NGE06_02.15

ยับเยิน

 

ฮิวงะรายงานสภาพของชินจิ ชีพจรเต้นอ่อน ริซึโกะสั่งการให้นวดหัวใจโดยใช้ระบบช่วยชีวิตนักบิน แสดงว่าชุดนักบิน Eva น่าจะมีระบบ AED (automated external defibrillator) หรือเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติติดตั้งอยู่ด้วย ถ้าดูตามดีไซน์ชุดนักบินแล้ว ให้เดาว่าอยู่ตรงบริเวณที่เป็นนูนๆตรงซี่โครง แต่น่าแปลกที่ดีไซน์ส่วนของอาสึกะดูไม่ชัดเจนเท่าไร

604px-Carddass_plug_suits

รวมรูปนักบินในชุด Plug suit

NGE06_02.22

สังเกตสีคิ้วของริซึโกะในฉากนี้ให้ดี

NGE06_02.27

ระบบกระตุ้นหัวใจทำงานเพื่อดึงสัญญาณชีพจรนักบิน

 

ฉากที่รึซึโกะสั่งการกู้ชีพและให้ดึง Entry Plug ออกจาก Eva นั้น ในเสียงต้นฉบับจะมีบทสนทนารายงานความร้อนที่ผิวนอกของ Eva ว่าสูงถึง 6,200 คาดว่าจะเป็นองศาฟาเรนไฮต์ (เท่ากับ 3,426 องศาเซลเซียส) และทำการลดความร้อนบริเวณช่วงตัวลงจนเหลือ 1,200 (เท่ากับ 649 องศาเซลเซียส) ซึ่งมันสูงมาก!

NGE06_02.37

ระบาย LCL ออกโดยด่วน

NGE06_02.42

ภายใน Entry Plug ร้อนจนควันพวยพุ่งออกมา

NGE06_02.44

ภาพโชว์ให้เห็น Cockpit ภายใน Entry plug

NGE06_02.45

ทำการย้าย Cockpit ออกมาเพื่อกู้ชีพนักบิน

 

มิซาโตะรีบไปดูอาการชินจิ ตอนนี้หมดสติและมีเลือดไหลออกจากจมูก ดูอาการหนักเอาเรื่อง

NGE06_02.49

ชินจิหมดสติ

 

Ramiel เคลื่อนตัวมาอยู่เหนือตำแหน่งที่ทำการ Nerv และเริ่มทำการเจาะทะลุพื้นดินลงไปด้านล่างด้วยที่ขุดเจาะขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 17.5 เมตร ปลายของที่ขุดเจาะน่าจะเป็นสนามพลัง AT field

NGE06_02.55

Ramiel เคลื่อนตัวมายังตำแหน่งเหนือกองบัญชาการ Nerv

NGE06_02.58

ส่วนปลายของสว่านเจาะน่าจะเป็น AT-Field

NGE06_03.14

เจาะทะลุผิวดินของ Neo-Tokyo ที่ 3

 

ชินจิถูกส่งตัวเข้ารพ. โดยเข้าไปอยู่ในเครื่อง ICT Rescue Box (หาไม่เจอจริงๆว่า ICT เอามาจากคำว่าอะไร) ที่ลักษณะเหมือนโลงศพ (ใครมันดีไซน์เครื่องเนี่ย?) เพื่อตรวจสอบสัญญาณชีพ

NGE06_03.00

ที่นี่ไม่ค่อยมีหมอเลยเนาะ

NGE06_03.09

ดีไซน์น่านอนมาก

 

มิซาโตะทดสอบเทวทูตด้วยการส่งบอลลูนหุ่นจำลอง Eva-01 ขนาด 1:1 เข้าไป ก็ถูกโจมตีทันที เมื่อยกปืนขึ้น อาจจะเป็นเพราะตรวจจับได้ว่าจะมีการโจมตี และรัศมีของหุ่นจำลองอยู่ในระยะทำการของเทวทูตด้วย

NGE06_03.27

บอลลูนหุ่นจำลอง Eva-01

NGE06_03.29

ใช้เรือเล็กลากหุ่นจำลองเข้าทดสอบ

NGE06_03.31

กลไกอัตโนมัติควบคุมบอลลูนหุ่นจำลองให้ยกปืนขึ้น

NGE06_03.32

Ramiel ยิงโจมตีทันที

NGE06_03.33

ทันใดนั้นเอง ตูม กลายเป็นทุ่งข้าวสาลี

 

มิซาโตะทดสอบอีกครั้งด้วย Automated Model 12 Self-Propelled Mortar (พยายามหาข้อมูลเทียบเคียงแล้ว ไม่เจอ เพราะชื่อที่ใช้เป็นชื่อสามัญมากเกินไป แล้วโมเดลของกระบอกปืนก็ไม่ตรงหรือคล้ายกับ Self-propelled artillery ของญี่ปุ่นเลย ดีไซน์ดูออกจะล้ำๆ แถมยิงเป็นลำแสง คาดว่าเป็นการวาดขึ้นใหม่ทั้งหมด) ในครั้งนี้สามารถยิงได้ก่อนที่เทวทูตจะรู้ตัว แต่ว่าไม่สามารถเจาะผ่าน AT-Field ไปได้ และยังถูกยิงกลับมาอย่างแม่นยำทันที

NGE06_03.42

Automated Model 12 Self-Propelled Mortar

NGE06_03.45

ยิงลำแสงพลังงานสูงไปยังเป้าหมาย

NGE06_03.47

AT-Field ขนาดใหญ่สะท้อนพลังงานออกไปอย่างง่ายดาย

NGE06_03.51

ป้อมปืนถูกยิงทำลายในทันที

 

จากการทดสอบ 2 ครั้งทำให้มิซาโตะเข้าใจรูปแบบการโจมตีของเทวทูตตัวนี้ทันที

NGE06_03.56

อ๋อ อย่างนี้นี่เอง

 

มิซาโตะและฮิวงะเข้าร่วมประชุมวางแผน ที่ห้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ 2 ฝ่ายยุทธการรบ กองบัญชาการ Nerv สรุปได้ว่าเทวทูตตัวนี้จะโจมตีทันทีเมื่ออยู่ในระยะ ดังนั้นการโจมตีระยะประชิดโดยตรงจึงไม่สามารถทำได้ มิซาโตะขนานนามให้เป็น “ป้อมปราการกลางเวหา” เลยทีเดียว (จริงๆชอบชื่อป้อมปราการลอยฟ้ามากกว่า)

NGE06_04.05

ห้องวิเคราะห์ข้อมูลที่ 2 ฝ่ายยุทธการรบ กองบัญชาการ Nerv

NGE06_04.25

อีกมุมของห้อง

 

จากการวิเคราะห์ ทำให้รู้ว่าเกราะที่ฝังอยู่ในชั้นดินก่อนจะทะลุมาถึง Geo Frontหนาทั้งสิ้น 22 ชั้น และเทวทูตจะใช้เวลาไม่ถึง 10 ชั่วโมงในการทะลวงเข้ามาถึงฐานทัพ (9 ชั่วโมง 55 นาที โดยประมาณ) จากรูป Bird view ของเมือง จะเห็นแผ่นเหล็กเป็นตารางช่องสี่เหลี่ยมและมีช่องรูปข้าวหลามตัดอยู่ตรงกลาง ส่วนที่เป็นช่องพวกนี้คือตำแหน่งที่ตึกต่างๆจะสามารถหดเก็บลงด้านล่างได้ รวมถึงเป็นช่องที่ให้แสงธรรมชาติลอดลงไปด้านล่าง Geo Front อีกด้วย

NGE06_04.39

ภาพมุมสูง แสดงแผนที่เมือง Neo-Tokyo ที่ 3 ช่องตารางที่เห็นคืออาคารและช่องให้แสงธรรมชาติส่องลง Geo Front

NGE06_04.45

ภาพจำลองสว่านที่เจาะลงพื้นดิน

NGE06_04.56

เวลาที่ประเมินว่าจะใช้ในการเจาะทะลวงไปถึง Geo Front

NGE06_05.05

ภาพจำลองแสดงให้เห็นว่าเกราะหนา 22 ชั้น

 

ทางด้านริซึโกะและมายะ กำลังควบคุมการเปลี่ยนเกราะส่วนอกที่เคจหมายเลข 7 ซึ่งต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 ชั่วโมง มายะให้ความเห็นว่าถ้าถูกยิงนานกว่านี้อีก 3 วินาที อาจจะทะลุไปถึงส่วนควบคุมการทำงาน (Core?) *สังเกตให้ดี สีคิ้วของริซึโกะในตอน 6 นี้ มีลงสีผิดในตอนต้นเรื่อง คือลงเป็นสีทอง และในฉากนี้ สีของคิ้วริซึโกะกลับมาเป็นสีดำถูกต้องตามเดิม)

NGE06_05.22

Cage 7 กองบัญชาการ Nerv

NGE06_05.31

สภาพเกราะอกที่ละลายจากความร้อนสูง

 

ชินจิที่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินรอดูอาการ จากบทสนทนาระหว่างฮิวงะและมิซาโตะทำให้รู้ว่าอยู่ในสภาวะที่ดี ร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติแต่ยังไม่รู้สึกตัว

NGE06_05.49

ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลกลาง กองบัญชาการ Nerv

 

มีฉากที่น่าสนใจมากเกี่ยวกับเรย์ ในระหว่างที่บทพูดของมิซาโตะและทีมยุทธการดำเนินอยู่ จะเห็นเรย์ในชุด plug suit นั่งเฝ้าชินจิอยู่ข้างๆ Rescue box โดยมีสีหน้าที่บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร แต่มีภาพที่เรย์ถือแว่นในลักษณะกำขาแว่นอยู่ ให้ความรู้สึกเหมือนกับมีความกังวลอยู่ เป็นฉากที่ตีความไม่ถูกว่าเรย์ในตอนนั้นคิดอะไร และรู้สึกอย่างไรกันแน่ กำลังเป็นห่วงชินจิหรือกำลังคิดถึงเรื่องของเกนโดที่มีต่อชินจิ อันนี้ก็แล้วแต่แต่ละคนจะตีความ แต่ที่แน่ๆ เรย์ไม่ใช่คนไร้ความรู้สึก และเธอกำลังพยายามเรียนรู้ความหมายของชีวิตอยู่อย่างแน่นอน

NGE06_05.53

เรย์นั่งเฝ้าดูชินจิในห้องฉุกเฉินอย่างใกล้ชิด

NGE06_05.54

การวางมือแสดงให้เห็นถึงความกังวล

NGE06_05.56

ภาพ Rescue Box ที่ชินจินอนอยู่ข้างใน มองผ่านเลนส์แว่นเกนโดในมือเรย์

 

มิซาโตะเข้าพบ ผบ.เกนโด และ รอง ฟุยุซึกิ ที่สำนักงานบัญชาการกลาง Nerv เพื่อเสนอแผนการจัดการกับเทวทูตตัวนี้ โดยใช้วิธีที่เสี่ยงมาก คือยิงทำลายเทวทูตจากระยะไกล และโอกาสสำเร็จมีแค่ 8% เท่านั้น  ฉากนี้วิวด้านหลังของสำนักงานจะมองเห็นภูเขาใน Geo Front ด้วย แสดงว่าสำนักงานอยู่ชั้นที่สูงมาก อาจจะเป็นยอดของปิรามิด Nerv ก็ได้ มีข้อสังเกตเพิ่มเติม เหมือนจะเป็นฉากเดียวที่เราจะเห็นสภาพห้องนี้มีหลอดไฟกลมติดตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะหลังจากนี้เราจะเห็นสภาพห้องนี้มืดๆและมีเงาของภาพอะไรบางอย่างบนพื้นอีกด้วย

NGE06_06.14

สำนักงานบัญชาการกลาง Nerv

 

ในฉากเดียวกันมีการพูดถึง Super Computer ที่ชื่อว่า MAGI อ่านว่า เมไจ ในฉบับภาษาไทย และอ่านว่า มางิ ในต้นฉบับเสียงญี่ปุ่น ซึ่งการออกเสียงที่ต่างกันนี้ จริงๆก็ไม่ผิด เพราะ “เมไจ” เป็นการอ่านออกเสียงตามแบบอังกฤษ ในขณะที่ “มางิ” เป็นการออกเสียงแบบภาษาฝั่งยุโรป เช่น ฝรั่งเศส สวีดิช เป็นต้นแต่อย่างไรก็ตาม เมไจ ในภาษาอังกฤษ (จริงๆแล้วมาจากภาษาเปอร์เซียโบราณ เป็นคำที่ใช้กับตระกูลพระสงฆ์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์) จะหมายถึง นักปราชญ์จากดินแดนตะวันออก ตามพระวรสารนักบุญมัทธิว (มธ 2: 1-12) ที่กล่าวถึง กลุ่มบุคคลต่างชาติและเป็นบุคคลสำคัญกลุ่มหนึ่งได้เดินทางมานมัสการพระเยซูที่เพิ่งประสูติ และได้นำของขวัญอันมีค่า 3 อย่างมาถวายแด่พระองค์ด้วย ทั้ง 3 มีชื่อดังนี้
– เมลคีออร์ (Melchior)
– คัสปาร์ (Caspar)
– บัลธะสาร์ (Balthassar)

Baby-Jesus-Picture-3-Wise-Men-Christmas-Birth-Of-Jesus

นักปราชญ์ทั้ง 3 เดินทางมามนัสการพระเยซูพร้อมของกำนัล

 

จากบทสนทนาระหว่างมิซาโตะและริซึโกะบนบันไดเลื่อน ทำให้เราได้รู้ว่าตำแหน่งของมิซาโตะในตอนนี้เป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธการ ยศผู้กอง และในตอนถัดๆไป มิซาโตะจะได้เลื่อนขั้นขึ้นไปอีก

NGE06_06.44

 

ปืนโพซิตรอนไรเฟิลตัวที่ Nerv มีอยู่มีชื่อว่า Eva Positron Rifle (Prototype 20 with Toroidal Accelerator) แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ไม่สามารถรองรับพลังงานระดับสูงได้ จึงไม่อาจจะเอาออกรบกับ Ramiel ได้เลย

NGE06_06.57

Eva Positron Rifle (Prototype 20 with Toroidal Accelerator)

NGE06_06.59

โฉมหน้าปืน Positron rifle สำหรับ Evagelion

 

ทางออกก็คือ ต้องไปยืมปืนต้นแบบจาก สำนักงานค้นคว้าและวิจัยเทคโนโลยีซึคุบะ กองกำลังป้องกันตนเอง (JGSDF) มิซาโตะใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ได้จดหมายขอใช้อุปกรณ์มาแล้ว ตอนนี้ตามเนื้อเรื่องคือบ่ายสาม

NGE06_07.10

คำสั่งแผ่นใหญ่มาก

 

NGE06_07.19

Tsukuba Technology Laboratory Headquarters, Strategic SDF

 

มิซาโตะมอบหมายให้เรย์ขับ Eva-00 มายกปืนกระบอกนี้ไปประกอบขึ้นใหม่

NGE06_07.35

 

ฮิวงะพูดถึงพลังงานที่ต้องใช้ในการเจาะทะลุ AT-Field ของอีกฝ่าย ว่าจำเป็นต้องใช้พลังงานมหาศาาล อย่างน้อยก็ 180 ล้านกิโลวัตต์ มิซาโตะยิ้มอย่างมั่นใจว่าหาได้สิ ก็พลังงานของทั้งประเทศไง (ซึ่งในความจริง ปัจจุบันญี่ปุ่นเองก็ไม่สามารถผลิตพลังงานใน 1 วันได้ถึง 180 ล้านกิโลวัตต์อยู่ดี)

NGE06_07.46

NGE06_07.53

 

ทางการประกาศดับไฟฟ้าทั่วประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เวลา 5 ทุ่มครึ่งเป็นต้นไปจนถึงเช้า เพื่อจะทำการดึงพลังงานทั้งประเทศไปทำภารกิจ จากนี้ฉากจะฉายไปยังบ้านของตัวละครแต่ละคน และตามเมืองต่างๆ

NGE06_07.58

 

มีจุดตลกที่โทจิกับไอดะกำลังเล่นเกมอยู่ที่บ้านโทจิ ถ้าดูให้ดีจะเป็นเครื่องเล่น Sega saturn เก่าไปนะคุณอันโนะ และอีกอย่างเล่นเกมอยู่ ข่าวจะแทรกหน้าจอขึ้นมาได้ไงนิ

NGE06_08.02

บ้านโทจิ

 

ฉากที่เราจะได้เห็นฮิคาริจังในชุดไปรเวทเป็นครั้งแรก

NGE06_08.04

บ้านฮิคาริ

 

ข่าวประกาศในเมือง Neo-Tokyo 2

NGE06_08.08

 

เฮลิคอปเตอร์ประกาศข่าวเหนือท้องฟ้าเมือง Makurazakiใหม่ จังหวัด Kagoshima

NGE06_08.10

 

ข่าวประกาศในเมือง Betsukai ที่ Hokkaido

NGE06_08.13

 

ภาพรถประกาศข่าววิ่งในเมือง Ube จังหวัด Yamaguchi (เมืองนี้เป็นเมืองที่คุณอันโนะเกิดและเติบโต) ตามเนื้อเรื่องเมืองนี้เองก็ถูกน้ำท่วมไปมากเช่นกัน

NGE06_08.18

 

ภาพฉายไปจนถึงเวลายามเย็นของเขต Mitaka ในเมือง Tokyo เก่า

NGE06_08.23

 

ตัดกลับมาที่เมือง Ne0-Tokyo 3 แสงยามเย็นสะท้อนให้เห็นรูปร่างโปร่งแสงของเทวทูต Ramiel เป็นฉากที่สวยอีกฉากนึงในเรื่อง

NGE06_08.27

 

มิซาโตะกลับมาบัญชาการที่ ห้องบัญชาการรบทั่วไป กองบัญชาการ Nerv ในเวลานี้สว่านของเทวทูตเจาะลงมาถึงเพลทชั้นที่ 7 แล้ว มิซาโตะตรวจสอบความคืบหน้าของการเตรียมการเรื่องพลังงาน ภาพฉายไปที่เมือง Odawara ใหม่ จังหวัด Kanagawa แสดงให้เห็นภาพสายไฟขนาดมหึมาจำนวนมากถูกวางเรียงทอดตัวยาวไปตามถนน

NGE06_08.29

ศูนย์ควบคุม ห้องบัญชาการการรบทั่วไป กองบัญชาการ Nerv

NGE06_08.35

New Odawara จังหวัด Kanagawa

NGE06_08.38

สายไฟจำนวนมากเรียงตัวไปตามท้องถนน

 

มิซาโตะเช็คความพร้อมของปืน Prositron Rifle ฝ่ายพัฒนาเทคนิคที่ 3 การันตีว่าจะประกอบปืนให้เสร็จภายใน 3 ชั่วโมง

NGE06_08.45

Technology Department Division 3 กองบัญชาการ Nerv (In charge of electromagnetic and light wave hardware)

 

ตัดกลับมาที่โรงเก็บหมายเลข 8 (Hangar 8) ในตอนนี้จะมีการสร้างโล่ห์พิเศษเฉพาะกิจที่ได้มาจากจรวดขับเคลื่อน SSTO (Single Stage to Orbit) ที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กไฟฟ้า สามารถทนต่อแสงโจมตีได้นาน 17 วินาที (พากย์ไทยแปลตรงนี้ผิด กลายเป็น ไปตั้งชื่อโล่ห์ว่า SSTO เสียได้) ในภาพจะเขียนข้อความว่า Eva Anti-Heat and Light Wave Defensive Equipment (Makeshift Specs) นั่นก็คืออุปกรณ์ป้องกันความร้อนและแสง รุ่นเฉพาะหน้า มีแทรกมุขนิดหน่อยว่าดูก๊องแก๊งแบบนี้แต่มีใบรับรองให้ด้วยนะ

NGE06_08.56

NGE06_08.52

Eva Anti-Heat and Light Wave Defensive Equipment (Makeshift Specs)

NGE06_08.49

 

โดยส่วนตัวจะสับสนว่า Single State to Orbit ต่างกับ Space shuttle ตรงไหน ในเรื่องจะเห็นว่ารูปร่างโล่ห์จะเหมือนกับ Space shuttle มากกว่า

The InfoVisual.info site uses images to explain objects.

 

ในระหว่างนั้น มิซาโตะและฮิวงะเตรียมการหาตำแหน่งซุ่มยิง เมื่อพิจารณาจากพิสัยทำการของเทวทูตและพื้นที่ยุทธศาสตร์แล้ว มิซาโตะจึงเลือกกำหนดจุดยิงไว้ที่ยอดเขาฟูตาโกะ (ฮาโกเน่ ในปัจจุบัน)

NGE06_09.10

NGE06_09.20

 

กำหนดเวลาทำการคือเที่ยงคืน และตั้งชื่อปฏิบัติการครั้งนี้ว่า “แผนปฎิบัติการการยาชิม่า”

NGE06_09.27

ขอเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “แผนปฏิบัติการยาชิม่า”

 

 

แผนปฏิบัติการนี้ตั้งชื่อตามสงครามยาชิม่า (屋島のたたかい) ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ปี 1185 ยาชิม่าเป็นชื่อสถานที่หนึ่งในเกาะชิโกกุ (ปัจจุบันคือเมืองทาคามัตสึ) ในครั้งนั้น ตระกูลไทระกับตระกูลมินาโมโตะได้สู้รบกันที่ยาชิม่า ขณะนั้นตระกูลไทระมีกำลังพลมากกว่าตระกูลมินาโมโตะที่มีแค่ไม่กี่ร้อยคน ตระกูลไทระได้นำกำลังลงเรือแล้วเอาพัดไปวางที่ยอดเสากระโดง ท้าทายให้มินาโมโตะหาทางเอาพัดลงให้ได้ นาสึ โนะ โยอิจิ ซามูไรนักธนูฝีมือแม่นยำแห่งตระกูลมินาโมโตะได้ควบม้าลงทะเลแล้วยิงพัดของไทระร่วงได้ด้วยธนูเพียงดอกเดียว หลังจากนั้น มินาโมโตะก็เข้าโจมตีไทระจนได้ชัยชนะในที่สุด เป็นที่มาชื่อปฏิบัติการ เพราะมิซาโตะต้องยิงรามิเอลให้ร่วงได้ภายในนัดเดียว เหมือนที่ นาสึ โนะ โยอิจิ สอยพัดศัตรูร่วงได้ใน 1 ดอก

และนอกจากนี้ คำว่ายาชิม่า (八島) ที่สะกดอีกแบบ เป็นชื่อเรียกญี่ปุ่นในสมัยก่อนอีกด้วย แปลว่าเกาะทั้ง 8

300px-Yasima

 

หลังจาก Evangelion ตอนนี้ฉายไปได้ 16 ปี (ฉาย พฤศจิกายน 1995 ขณะเขียนบทความเป็นเดือนมีนาคม 2015) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ประเทศญี่ปุ่น ที่โด่งดังมากในตอนนั้นคือเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิม่าไดอิจิ ส่งผลให้ บริษัทไฟฟ้าโตเกียว TEPCO ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอต่อความต้องการ ต้องประกาศหยุดให้บริการไฟฟ้าตามช่วงเวลาที่กำหนด ซึ่งทาง TEPCO คาดการณ์ว่าในช่วงเวลา 18.00 น. – 19.00 น. นั้นจะมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 38 ล้านกิโลวัตต์ แต่สามารถผลิตได้เพียง 37 ล้านกิโลวัตต์เท่านั้น กลายเป็นที่มาของแคมเปญในทวิตเตอร์ของญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า Yashima Sakusen หรือ Operation Yashima (#84MA, #yashimasakusen110312) หากใครสนใจรายละเอียดเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ ในลิงค์แท็กค่ะ

210px-An_aerial_view_of_tsunami_damage_in_an_area_north_of_Sendai,_Japan,_taken_from_a_U.S._Navy_helicopter

 

ในช่วงนั้นทีมผู้ผลิต Evangelion อนุญาตให้นำเครื่องหมาย Nerv, โลโก้ Evangelion หรือ ชื่อปฏิบัติการยาชิม่า ไปใช้เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันลดการใช้ไฟฟ้าลงไปอีก เพื่อให้พลังงานที่ประหยัดไปจะถูกใช้ในอุปกรณ์กู้ชีพ เครื่องใช้ในโรงพยาบาล เครื่องทำความร้อน ระบบโทรศัพท์ ระบบน้ำ และอื่นๆ ในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มที่  ภาพตัวอย่างหน้าเว็บไซต์โปรโมทปฏิบัติการเมื่อปี 2011

A10338706-6

logo

 

ตัดกลับมาที่นักบิน สัญญาณชีพของชินจิแสดงว่าเข้าระดับปลอดภัยแล้ว Rescue Box จึงเปิดออก ชินจิค่อยๆลืมตาขึ้นมา

NGE06_09.35

NGE06_09.44

 

ในตอนนี้ เราจะเห็นฉากซูมวางหูโทรศัพท์ และมีแบคกราวน์ด้านหลังเป็นตัวละคร บ่อยมากขึ้น เป็นมุมกล้องที่คุณอันโนะนิยมใช้มาก ว่ากันว่าเป็นเพราะคุณอันโนะเป็นแฟนตัวยงของ Ultraman serie จึงได้รับแรงบันดาลใจในมุมกล้องลักษณะนี้มาด้วย

NGE06_09.46

Cage 7 Control Room

 

ริซึโกะบ่นลอยๆว่านักบินจะยอมกลับมาขับหรือ เพราะนับจากเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มเรื่อง ชินจิถูกยิงต้มจนเกือบสุก พอฟื้นขึ้นมาก็ถูกสั่งให้กลับไปขับต่อทันที มิซาโตะก็แต่ได้หวังว่าชินจิจะกลับมาขับได้อีก สีหน้าเวลาปฏิบัติหน้าที่ของมิซาโตะนั้นดูแตกต่างกับตอนที่อยู่กับชินจิมาก

NGE06_09.56

 

ที่ห้องพักฟื้น เรย์เอา Plug suit ตัวใหม่และอาหารมาให้ชินจิ รวมถึงบอกหมายกำหนดการปฏิบัติการยาชิม่าให้ทราบ ฉากนี้หนูเรย์ ไม่มีถง ไม่มีถามสุขภาพชินจิซักคำ เย็นชาไปแร้วหนูเรย์ >_<

NGE06_10.01

หอศัลยกรรม 3 โรงพยาบาลกลาง

 

NGE06_10.11

NGE06_10.19

 

กำหนดการที่เรย์แจ้งชินจิ

17:30 นักบินรวมกันที่ช่องทางออก (ใน script จะเรียกว่า Cage คือบริเวณที่ Eva เตรียมยิงขึ้นผิวดิน)

18:00 Eva-01 และ Eva-00 เริ่มออกปฏิบัติการ

18:05 ปล่อยตัว Eva ออกจากฐาน

18:30 ถึงฐานทัพชั่วคราวที่ภูเขาฟูตาโกะ และรอรับคำสั่งต่อไป

00:00 เริ่มปฏิบัติตามแผน

NGE06_10.37

 

ตอนนี้เรย์เห็นชินโจ้ย ถือว่าเจ๊ากันไปกับตอนที่แล้ว :p

NGE06_10.57

NGE06_11.05

 

ดูให้ดีกับข้าวโรงพยาบาล ไม่น่ากินเลย แถมขนมปังยังกินได้เปล่าเนี่ย เขียวอี๋เชียว (เข้าใจว่าเล่นเรื่องแสงเย็นนะ แต่อยากแซว)

NGE06_11.18

 

ชินจิแสดงอาการหดหู่ ไม่อยากกินข้าว เรย์ทักว่าอีก 60 นาทีจะออกเดินทาง แสดงว่าตอนนี้เป็นเวลาประมาณ 16:30 ดังนั้นชินจิน่าจะสลบไปเกือบ 2 ชั่วโมง

NGE06_11.23

NGE06_11.30

 

ฉากตอนนี้ BGM จะใช้เพลงที่เศร้าสร้อยมาก ชื่อว่า B-1 [Hedghog’s Dilemma] เป็นชื่อเดียวกับชื่อตอนที่ 4 ชินจิตัดพ้อกับเรย์ว่าพูดง่ายให้ไปขับ เรย์ไม่เคยเจอเรื่องร้ายๆแบบพระเอกมา อยากจะบอกว่าสงสัยเฮียแกลืมไปว่าตอนเจอกันครั้งแรกสภาพเรย์เป็นยังไง แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าชินจิเองไม่ได้เห็นเหตุการณ์นั้นด้วย ความรู้สึกเลยคิดเข้าข้างแต่ตัวเอง คิดว่าตัวเองนั้นลำบากยิ่งกว่าใครๆ เรย์เลยพูดสั้นว่า งั้นไปนอน (ให้หนอนกินไปซะ :p ) แล้วฉันจะขึ้นไปขับเอง ดร.อาคากิ (ริซึโกะ) กำลังปรับแต่งเครื่องให้เรย์ขับ Eva-01 อยู่

ในตอนนี้ พยายามจะคิดว่าทำไมเรย์ถึงพูดแบบนี้กับชินจิ สีหน้าเรย์เองก็จริงจัง ไม่ได้เหมือนว่าจะห่วงชินจิ แต่คาดเดาเอาว่าเพราะนี่คืองานของเกนโด นึกถึงตอนที่เรย์ตบหน้าชินจิเรื่องที่ว่าไม่เชื่อใจในงานของพ่อ (เกนโด) งั้นหรือ และเรย์อาจจะไม่ต้องการให้ชินจิทำให้งานต้องพัง รวมไปถึงเรย์เองก็ไม่ห่วงว่าตัวเองจะเป็นยังไง ไม่ว่าจะอันตรายแค่ไหน เธอก็จะทำ ในส่วนนี้แต่ละคนอาจจะตีความต่างกันไปได้ (ตัวเองดูกี่ทีก็ตีความได้ไม่ซ้ำเลย)

NGE06_11.51

หืมมมม เจ๊ว่าไงนะ นอนต่อ?

 

โดยปกติแล้วถ้ามีใครสักคนอ่อนแอ คนเราก็มักจะพยายามปลอบใจและให้กำลังใจ แต่สิ่งที่เรย์ทำต่างออกไป คือ ให้ทางเลือกใหม่ นั่นคือไม่ต้องทำ ไม่ต้องพยายาม ตรงจุดนี้ทำเอาชินจิช็อคไปแปปนึงกับการโต้ตอบพฤติกรรมของตัวเอง และที่แน่ชัดคือ เรย์ไม่ได้ประชด แต่เธอคิดแบบนั้นจริงๆ

NGE06_11.58

 

เรย์พูด”ลาก่อน”กับชินจิ ที่ไม่ได้หมายถึงการลาชั่วคราว แต่มีความหมายว่าลาจากไปเลย ตรงนี้ตีความได้หลายอย่าง เช่น เรย์รู้ว่าภารกิจอันตรายมาก อาจได้ตายได้ หรือ ไม่อยากเจอชินจิที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขับ Eva-01 อีกต่อไป

NGE06_12.09

Sayonara

 

ฉากตัดกลับมาที่โรงเรียน มีประกาศว่าวันนี้โรงเรียนหยุด

NGE06_12.26

 

พวกไอดะและเพื่อนๆร่วมห้อง มารวมตัวกันที่ดาดฟ้า เพื่อมาให้กำลังใจชินจิ ที่ทุกคนรู้กำหนดการปฏิบัติการนี้เป็นเพราะไอดะสืบมาจากพ่อที่ทำงานใน Nerv อีกทีนึง

NGE06_12.34

 

Eva ทั้ง 2 เครื่องถูกปล่อยตัวขึ้นมาบนผิวดิน Eva-00 มาพร้อมโล่ห์กำบัง เพื่อนๆตะโกนเชียร์ให้กำลังใจชินจิ ฉากนี้จะเห็นได้ว่าทั้งโทจิและไอดะกลายเป็นเพื่อนสนิทกับชินจิแล้ว หลังจากเหตุการณ์ตอนที่ 3 เทวทูต Shamshel และที่สำคัญไม่มีใครเชียร์หนูเรย์เลยสักคน! ตรงนี้สงสัยว่าเพื่อนร่วมห้องรู้บ้างหรือเปล่าว่าเรย์เป็นคนขับ Eva อีกเครื่อง เพราะตามเนื้อเรื่องเหมือนกับว่า Evangelion เองเป็นเรื่องที่ยังเป็นความลับต่อสาธารณะชนมาตลอดจนกระทั่งตอนที่ 1 ของเรื่อง ที่ Eva ออกปฏิบัติการจริงเป็นครั้งแรก แต่ก็ยังพยายามปิดข่าวกันอยู่ในตอนนั้น

NGE06_12.58

NGE06_12.47

NGE06_13.01

 

เหตุการณ์ ณ เวลา 18:11 เทวทูต Ramiel ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเจาะทะลุเกราะของ Geo Front อยู่ (สงสัยมากว่าทำไมไม่ยิงบีม สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะรัศมีการยิงและมุมไม่สามารถทำได้)

NGE06_13.09

NGE06_13.12

 

ตามทางขึ้นยอดเขา มีรถและสายไฟฟ้าจำนวนมากลำเลียงขึ้นสู่ยอดเขา มีเพียงด้านบนเท่านั้นที่มีแสงสว่าง บนยอดเขาเต็มไปด้วยหม้อแปลงและเครื่องหล่อเย็นกระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่

NGE06_13.18

NGE06_13.16

NGE06_13.21

NGE06_13.24

 

Eva-01 วางปืน Positron Rifle ในตำแหน่งเพื่อเตรียมยิง มิซาโตะแบ่งหน้าที่ให้ชินจิเป็นคนยิง ในขณะที่เรย์มีหน้าที่ป้องกันชินจิ ฉากนี้เป็นการยืนยันว่าอัตราซิงโครของชินจิสูงกว่าเรย์มาก

NGE06_13.33

Eva Positron sniper Rifle ( รุ่น Nerv ปรับแต่ง – เดิมจาก Strategic SDF Lab’s Automated Positron Rifle)

NGE06_13.28

ริซึโกะและมายะควบคุมการติดตั้งปืน Positron Rifle

NGE06_13.53

มิซาโตะกำหนดแผนการและแบ่งหน้าที่ให้กับนักบิน

 

ชินจิกังวลว่าปืนต้นแบบนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ในการรบจริง จะสามารถทำงานได้จริงหรือเปล่า ริซึโกะได้แต่บอกว่าของแบบนี้ต้องลอง ชินจิไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของระบบจัดการเอง แค่ยิงตอนที่เป้าเข้าสู่ศูนย์กลางก็พอ ฉากนี้จะมีมุมกล้องที่เจ๋งมากในยุคนั้น เล่นแสงให้ภาพที่ดูอึดอัดและเคร่งเครียด แต่ก็แอบเท่ห์กันทุกคน และฉากหลังจะพยายามทำให้เห็นถึงขนาดมหึมาของปืนและหุ่นยนต์เมื่อเทียบสัดส่วนกับคน

NGE06_14.06

ริซึโกะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม

 

ทั้ง 2 คนไปเตรียมการเปลี่ยนชุดเป็น Plug suit ฉากนี้จะเห็นว่าเวลากดปุ่มที่ข้อมือ ชุดจะทำการปรับขนาดให้แนบกระชับกับตัวนักบินอัตโนมัติ และมีการเปรียบเทียบบุคลิกของชินจิและเรย์อีกครั้ง จากฉากการเปลี่ยนชุด ชินจิจะพับเสื้อผ้าเรียบร้อยทุกชิ้น แม้กระทั่งถุงเท้าและกางเกงใน (เด็กผู้ชายอายุ 14 เนี่ยนะ ดูแล้วท่าทางจะถูกเลี้ยงมาอย่างเข้มงวดน่าดู) มีบางความเห็นในอินเตอร์เนตบอว่า ชินจิอาจจะคิดว่าตัวเองอาจจะตายในการออกรบครั้งนี้ เลยพับเสื้อผ้าเรียบร้อยในแบบคนญี่ปุ่นที่จะฆ่าตัวตายทำกัน แต่ส่วนตัวคิดว่าพับเพราะเป็นนิสัยชินจิมากกว่า ในขณะที่เรย์ โยนกองลงพื้นอย่างไม่ใยดีเลย

NGE06_15.12

NGE06_15.10

NGE06_15.18

NGE06_15.26

 

ชินจิแสดงความกังวลออกมาอีกครั้งว่าออกไปครั้งนี้อาจจะตายก็ได้ เรย์มีสีหน้าจริงจังและบอกชินจิว่า เธอจะไม่ตายหรอก ฉันจะปกป้องเธอเอง (กรี๊ดดดด เรย์ของช้าน ฮีโร่มาก)

NGE06_15.34

เธอไม่ตายหรอก ฉันจะปกป้องเธอเอง!

 

ภาพแสงสว่างในเมืองต่างๆค่อยดับลงจนทั่วทั้งประเทศ เหลือเพียงแสงสว่างที่ส่องไปที่เทวทูต Ramiel และ พื้นที่ปฏิบัติการบนยอดเขาฟูตาโกะ

NGE06_15.59

NGE06_15.53

NGE06_15.59

NGE06_16.08

 

Pen Pen มายืนที่ชานบ้าน มองท้องฟ้าที่เห็นดวงดาวชัดเจนอย่างไม่เคยมาก่อน ฉากนี้จะเห็นทางช้างเผือกชัดเจน

NGE06_15.37

NGE06_16.05

 

ในระหว่างรอเวลาปฏิบัติการ ชินจิและเรย์มานั่งรอบนด้านบนสุดของลิฟท์ โดยเห็นพระจันทร์เต็มดวงเป็นฉากหลัง ในระหว่างนั้นชินจิก็ถามขึ้นมาว่าทำไมถึงเรย์ขับ Eva

 

NGE06_16.09

NGE06_16.12

NGE06_16.16

NGE06_16.20

 

เรย์หยุดคิดไปสักพัก อาจเป็นเพราะเรย์เองก็อาจจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน แล้วตอบว่าเพราะความผูกพัน ชินจิถามตรงๆว่าผูกพันกับเกนโดงั้นหรือ เรย์ปฏิเสธ แต่บอกว่ากับทุกคน ในข้อความนี้เข้าใจยากสำหรับบริบทตอนนี้ เพราะเรย์รู้เรื่องของตัวเองและแผนการของเกนโดมากน้อยแค่ไหนเราก็ไม่รู้ เพราะเธอแทบไม่พูดอะไรเลย แต่การที่บอกว่าผูกพันกับทุกคนก็มีความถูกต้องอยู่มาก (เพราะที่มาของเรย์นั่นเอง) ชินจิรู้สึกอิจฉาว่าเรย์เข้มแข็ง แต่เรย์ตอบกลับมาได้เศร้าสร้อยมาก เพราะฉันไม่มีอะไรอีกแล้ว ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาและบอกลาชินจิอีกครั้ง ภาพของเรย์จะเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระจันทร์ตลอด ทั้งสีขาว และบรรยากาศลึกลับ

NGE06_16.51

Sayonara

 

ถึงเวลาเที่ยงคืนตรง มิซาโตะสั่งให้เริ่มปฏิบัติการ พลังงานทั้งหมดถูกเตรียมส่งเข้าสู่ปืน Positron Rifle

NGE06_17.09

Type 14 Large Mobile Command Car

NGE06_17.11

NGE06_17.15

ภายใน Command Car ฮิวงะแจ้งเริ่มปฏิบัติการ

NGE06_17.25

มีตัวละครหญิงอีกตัวที่ไม่เคยมีบทบาทมานั่งอยู่ในห้องปฏิบัติการนี้ด้วย

NGE06_17.29

แผนภาพพลังงานจากเขต 1 ถึง 803 ถูกส่งกำลังเข้ามา

NGE06_17.49

เครื่องหล่อเย็นเริ่มทำงานเพื่อลดความร้อนมหาศาลที่เกิดขึ้นจากการส่งพลังงานจำนวนมาก

 

เกนโดและฟุยุซึกิ เฝ้ามองดูปฏิบัติจากกองบัญชาการ Nerv

NGE06_17.59

NGE06_18.03

 

Eva-01 ขึ้นกระสุน (ดูเหมือน fuse มากกว่าจะเป็นกระสุน) จากวิธีการเตรียมปืน จะเห็นว่าปืน Positron Rifle เป็นระบบลูกเลื่อน (Bolt-action rifle) ซึ่งจะยิงกระสุนออกไปได้เพียงทีละนัด อาศัยการงัดแล้วดึงคันรั้งลูกเลื่อนด้วยตัวผู้ใช้เองหลังจากการยิงกระสุนแต่ละนัด เพื่อขับปลอกกระสุนออกจากตัวปืน และการดันแล้วพับคันรั้งลูกเลื่อนเก็บไว้ด้วยตัวผู้ใช้เอง เพื่อเตรียมการยิงกระสุนนัดต่อไป แต่ระบบนี้มีข้อดีคือมีความแม่นยำสูง

NGE06_18.09

NGE06_18.09

ปลอดภัย ว่าง (ไม่มีกระสุน)

NGE06_18.10

พร้อมยิง โหลดกระสุนแล้ว

 

เห็นได้ว่าเวลาที่ต้องมีการเล็งยิงแบบละเอียดหรือต้องการความแม่นยำสูง จะต้องใช้ Head gear ที่มี View Finder สำหรับล็อคตำแหน่ง แต่มีเรื่องขำขันอย่างนึงคือ ภาพใน view finder ด้านซ้ายจะแสดงแกนต่างๆที่ใช้ในการวิเคราะห์การยิง ซึ่งในความจริงแล้ว จะมีแค่แกน X, Y, Z เท่านั้น ไม่มีแกนชื่อประหลาดๆตามในรูป เช่น T, S, M, R เข้าใจว่าจะสื่อเรื่องของการวิเคราะห์แรงโน้มถ่วงของโลก และสนามพลังแม่เหล็กโลก ที่อาจจะมีผลกระทบต่อลำแสงจากปืน Positron rifle ส่วนด้านขวาที่ควรจะแสดงทิศทั้ง 4 กลับขาดหายทิศตะวันตกไปเสียงั้น

NGE06_18.12

Head gear ค่อยๆเคลื่อนตัวไปสวมหัวชินจิ

NGE06_18.15

ภาพใน View Finder ด้านซ้ายจะเป็นชื่อแกนในหลักฟิสิกส์ ? ด้านขวาเป็นทิศ แต่ทำไมไม่มีทิศตะวันตกล่ะเนี่ย

NGE06_18.21

NGE06_18.24

NGE06_18.28

NGE06_18.29

NGE06_18.41

 

ในขณะนั้นเองเทวทูต Ramiel ก็เริ่มการโจมตีก่อนทันที

NGE06_18.35

NGE06_18.44

 

Eva-01 ยิง Positron Rifle ตรงไปที่ Ramiel ฉากนี้ชอบมากเพราะสวยอลัง

NGE06_18.43

NGE06_18.44

 

พลังงานของลำแสงพลาสมาทั้ง 2 เกิดการบิดเบี้ยวหักเห (อารมณ์ประจุบวกผลักกัน พอดีความรู้ฟิสิกส์อนุภาคไม่เอาอ่าวค่ะ ในความเห็นส่วนตัว รู้สึกว่ามันแปลก แสงน่าจะเบี้ยวเฉไปเลยมากกว่า) ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายพลาด ยิงไม่โดน Ramiel และลำแสงของ Ramiel เฉียด Eva-01 ไปแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น แรงระเบิดส่งผลรุนแรง ทำให้รถที่เป็นฐานบัญชาการชั่วคราวเสียหาย

NGE06_18.44

NGE06_18.46

NGE06_18.47

NGE06_18.50

NGE06_18.53

NGE06_18.55

NGE06_18.58

NGE06_18.59

NGE06_19.02

 

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นทำให้ไม่สามารถหยุดยั้ง Ramiel ได้ สว่านทะลุเข้ามาในเขต Geo Front

NGE06_19.10

 

Ramiel สามารถยิงนัดที่สองได้เร็วกว่า ชินจิกำลังจะแย่

NGE06_19.23

NGE06_19.27

 

ทันใดนั้นเอง Eva-00 ก็เข้ามาขวางลำแสงที่พุ่งตรงมาที่ Eva-01 ชั่วพริบตาโล่ห์ก็เริ่มละลาย

NGE06_19.28

NGE06_19.37

NGE06_19.41

 

ชินจิรีบบรรจุกระสุนนัดที่สอง และยิงตรงไปยัง Ramiel ทันที และนัดนี้ไม่มีพลาด

NGE06_19.54

ยิงนัดที่สอง

NGE06_19.55

ลำแสงจากปืน Positron Rifle พุ่งตรงไปยังเป้าหมาย

NGE06_19.56

นัดเดียวทะลุกลางลำตัวของ Ramiel เกิดไฟลุกเหมือนเกิด backfire (ไฟที่ติดเนื่องจากแก๊ซที่เหลือจากการสันดาปได้สัมผัสออกซิเจนและเกิดการระเบิด)

NGE06_19.59

สำเร็จ!!!

NGE06_20.00

ลำตัวของ Ramiel ล้มหักลงปล่อยให้สว่านคาในพื้นดินของเมือง

 

Ramiel หยุดการทำงานลงก่อนที่จะเจาะลงไปถึงฐานทัพ Nerv

NGE06_20.09

NGE06_20.11NGE06_20.20

 

Eva-00 หมดสภาพ ร้อนจนเกราะภายนอกเริ่มละลาย ชินจิตัดสินใจกระชากเกราะและดึงเอา Entry Plug ของเรย์ออกมา ฉากนี้เหตุการณ์แทบจะเหมือนกันกับสิ่งที่เกนโดทำเมื่อตอนที่ 5 ข้อสังเกต มือชินจิไม่ยักกะไหม้ ทั้งๆที่มันร้อนกว่าตอนเหตุการณ์เกนโดอีก ถ้าจะให้หาเหตุผลอธิบายก็คงมีแค่ว่า Plug suit สามารถทนความร้อนได้ดีและไม่พาความร้อนรวดเร็ว ทำให้มือของชินจิไม่แหกเหมือนพ่อ

NGE06_20.04

NGE06_20.14

NGE06_20.16

NGE06_20.23

NGE06_20.26

NGE06_20.27

NGE06_20.33

 

ชินจิที่เปิด Cockpit เข้ามาเห็นว่าเรย์ยังไม่ตายก็ดีใจมาก ถึงกับร้องไห้ และบอกว่าอย่าพูดว่าตัวเองไม่มีอะไรอีกแล้ว อย่าบอกว่าลาก่อนแบบนั้นอีกNGE06_20.37

NGE06_20.42

NGE06_20.49

NGE06_20.53

 

เรย์ที่ไม่เคยเจอกับอารมณ์แบบนี้มาก่อนก็งกๆเงิ่นๆไม่รู้ว่าจะต้องแสดงสีหน้าอย่างไรในสถานการณ์แบบนี้

NGE06_21.20

NGE06_21.28

 

ชินจิบอกว่าก็แค่ยิ้มก็พอแล้ว สิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวของเรย์ทันทีคือภาพรอยยิ้มของเกนโด

NGE06_21.35

NGE06_21.36

NGE06_21.39

NGE06_21.40

NGE06_21.43

NGE06_21.46

 

ฉากเลื่อนไปที่พระจันทร์เต็มดวง อันเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเรย์ เป็นอันจบวันอันแสนจะยาวนาน

NGE06_21.56

 

ส่วนเพลง Ending ในตอนนี้ยังคงใช้เพลง Fly me to the moon เวอร์ชั่นเดียวกับตอนที่แล้ว คือ Rei TV.Size Remix Version

 

ปิดท้ายประจำตอน:

เป็นตอนที่ประทับใจมาก มีทั้งดราม่าและแอคชั่น ดีไซน์เทวทูตก็แจ่ม มุมกล้องก็เยี่ยม และที่สำคัญ ฉากในตำนาน รอยยิ้มเรย์! รอยยิ้มเรย์! รอยยิ้มเรย์!

06_C338_animated

ฉากนี้เป็นหนึ่งในฉากในตำนานของ Evangelion ที่ไม่ว่าจะถูกรีเมค หรือทำใหม่ หรือนำไปใช้ในเกม ก็จะต้องมีฉากนี้ทุกครั้ง โดยฉากรอยยิ้มในตำนานนี้ สำหรับในเวอร์ชั่นอนิเม ถูกนำมาวาดใหม่ 2 ครั้ง คือ

ฉากรอยยิ้มเรย์ใน Evangelion Death

NGEDeath_Rei_Smile

ฉากรอยยิ้มเรย์ใน Evangelion 1.0

Rei_Smile_1.11

 

ลองเปรียบเทียบกันดูนะคะ ว่าชอบรอยยิ้มเรย์แบบไหนมากกว่ากัน ส่วนในตอนหน้าจะได้เห็นรอยยิ้มใครรึเปล่า มารอติดตามกันค่ะ

 

<< Episode 5
Episode 7 >>

One Response

  1. สุดยอดมากครับ!!! จะรอติดตามจนจบนะครับ ขอบคุณครับ ^^

Leave a comment

Leave a Reply