รีวิว เจาะลึกเนื้อเรื่อง Evangleion EP 04: Hedgehog’s Dilemma

EP4: Hedgehog’s Dilemma
“Ame, nigedashita ato (Rain, Escape and Afterwards)” (雨、逃げ出した後) , การต่อสู้ของชินจิ

NGE04

Aired October 25, Heisei 7 (1995)
Script: Akio Satsukawa / Storyboards: Kiichi Jinme / Director: Tsuyoshi Kaga / Chief Animator: Satoshi Shigeta

เรื่องย่อ:

จากเหตุการณ์ต่อสู้ครั้งที่สองที่ชินจิขัดคำสั่งของมิซาโตะ ไม่ยอมถอยหนี ทำให้มีการโต้เถียงกันระหว่างชินจิกับมิซาโตะ ชินจิตัดสินใจหนีออกจากบ้าน ในระหว่างที่เร่ร่อนอยู่ก็ได้พบกับไอดะเพื่อนร่วมห้องที่มาเล่นตั้งแค้มป์ทหารคนเดียว และชินจิก็ถูกพาตัวกลับไปยัง Nerv ในตอนแรกชินจิตัดสินใจไม่ขับ Eva ต่อไป แต่ก็เปลี่ยนใจในตอนท้าย

My opinion:

    • เป็นตอนเดียวในเรื่องที่คุณ Hideaki Anno ไม่ได้ร่วมเขียนบท และเป็นตอนที่งานภาพค่อนข้างเล่นสีของภาพและการแสดงออกของสีหน้าตัวละครแปลกกว่า 3 ตอนที่ผ่านมา
    • แต่เดิม ตอนนี้จะถูกตัดออกจาก NGE แต่ในตอนท้ายก็ยังได้รับเลือกให้ฉาย เพื่อต้องการขยายภาพความสัมพันธ์ของตัวละครให้ชัดขึ้น เห็นได้ว่าบรรยากาศของเรื่องเทียบกับ 3 ตอนแรกแล้ว ถือว่าแตกต่างและตัดอารมณ์มาก รวมถึงเป็นเรื่องแปลกใหม่ในยุคนั้นที่การ์ตูนประเภทหุ่นยนต์จะมีตอนดราม่าหนักๆโดยไม่มีฉากต่อสู้เลยทั้งตอน
    • เปิดตอนมา มิซาโตะตื่นมาปลุกชินจิ สังเกตว่าหน้าห้องของชินจิเปลี่ยนจากกระดาษโน๊ตมาเป็นป้ายชื่อห้องแล้ว (แต่หวานแหววไปหน่อยไหม)
      NGE04_01.57
    • ดูเหมือนว่า NERV จะทำสินค้าใช้เองหลายอย่าง อย่างตอนแรกจะเห็นถ้วยกระดาษสกรีนชื่อ Nerv ตอนนี้ก็มีนาฬิกาปลุก Nerv อีก
      NGE04_01.41
    • ตอนมิซาโตะมาเคาะห้อง ในฉบับภาษาไทยจะบอกว่าขาดเรียนไป 3 วันแล้ว แต่ต้นฉบับบอกว่า 5 วัน
    • ตอนนี้เปิดเรื่องมาเป็นฉากฝนตกตอนเช้า ต่อเนื่องจากตอนที่ 3 ที่เริ่มมีฝนตกแล้ว ชินจิเองก็โดดเรียนมา 5 วันไม่ยอมไปเรียน คาดว่าเป็นความทุกข์ใจจากตอนที่แล้วที่ว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด มิซาโตะเองก็ยกเรื่อง Eva 01 ขึ้นมาพูดเปรียบเปรยว่าหุ่นซ่อมเสร็จแล้วนะ คนขับเองก็ควรจะซ่อมแซมจิตใจตัวเองได้แล้วด้วย
    • มิซาโตะเปิดห้องเข้าไปพบว่า ชินจิไม่อยู่ในห้องแล้ว ไม่มีแม้แต่ข้าวของอะไร
      NGE04_02.19

      เทียบกับตอนที่ 2 เห็นว่าสัมภาระของชินจิมีมากกว่านี้

      เทียบกับตอนที่ 2 เห็นว่าสัมภาระของชินจิมีมากกว่านี้

    • บนโต๊ะของชินจิวางบัตรเจ้าหน้าที่และจดหมายจ่าหน้าซองถึงมิซาโตะ ซึ่งใช้คำเรียกที่สุภาพมาก (ถ้าเทียบจดหมายไทย อารมณ์ประมาณ เรียน คุณมิซาโตะ แทนที่จะเป็น ถึงพี่มิซาโตะ) แสดงให้เห็นถึงระยะห่างของสองคนนี้พอควร
      NGE04_02.22
    • โทจิและไอดะมาหาชินจิที่บ้านเพราะตั้งแต่เหตุการณ์สู้กับ Shamshel จบลง ชินจิก็ไม่ไปเรียนอีกเลย ทำให้สองคนนี้เป็นห่วง และถือว่าเป็นครั้งแรกที่ทั้ง 2 คนได้เจอกับมิซาโตะ
      NGE04_03.12
    • ไอดะเอาชีทของโรงเรียนมาให้ชินจิ ส่วนมิซาโตะก็โกหกว่าชินจิอยู่ที่ศูนย์ฝึกของ Nerv คงเพราะไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย
    • ถ้าสังเกตบทสนทนาช่วงนี้ จะเห็นสีหน้าไอดะงงๆกับพฤติกรรมของโทจิเล็กน้อย เพราะปกติจะห่ามๆ แต่พอเจอมิซาโตะปรากฎว่าใช้คำเป็นทางการและดูเรียบร้อยมาก แต่พอมิซาโตะปิดประตูบ้านก็กลับมาพูดสไตล์เดิมทันที
    • มิซาโตะผิดหวังมากที่ไม่ใช่ชินจิ ถือได้ว่าเป็นตอนที่การแสดงสีหน้าของมิซาโตะค่อนข้างมาก และมีความเป็นการ์ตูนมากกว่า 3 ตอนที่ผ่านมา
      NGE04_03.42
    • ฉากในช่วงที่ชินจินั่งรถไฟไปเรื่อยพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระที่เอาออกมาจากห้องNGE04_03.59
      NGE04_03.55
    • ชินจิจะฟังเพลงวนไปมา 2 เพลงเหมือนเดิม เพลงที่ได้ยินในตอนนี้ยังคงเป็น “You are the only one” กับ “Blue Legend” ของ Lilia ( image album เกม “Ys”) ซึ่งนักร้องนำคือคุณ Kotono Mitsuishi ที่ให้เสียงพากย์มิซาโตะ แต่ในตอนนี้เป็นท่อนที่ไม่มีเสียงคนร้อง
    • ดูเหมือนชินจะจะนั่งรถไฟวนไปเรื่อยๆจนมืด พอรถไฟสุดสายและหยุดให้บริการ ชินจิก็พูดลอยๆขึ้นมาว่าต้องกลับแล้ว แต่กลับไปไหน? บ้านเดิม หรือ Tokyo-3 กันแน่
      NGE04_04.04
    • NGE04_05.00
    • พอลงจากสถานี ชินจิก็เดินไปเรื่อยๆในเมืองผ่านย่านกลางคืนและไปหมกตัวในโรงภาพยนตร์ที่มีแค่คนเร่รอน, ชายวัยกลางคนที่เอาแต่อ่านหนังสือ และ คู่รักหนุ่มสาวที่มาพรอดรักกัน
      NGE04_05.36
    • ในฉากนี้จะมี Gimmick เล็กน้อย คือ ภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ Second Impact ตามที่ประชาชนรับรู้ (ไม่ตรงกับความจริง) อันนี้เป็นบทพูดในเรื่อง
      Woman’s Shriek: “Ahhhhhhhhhhh!!”
      Man: “You really couldn’t detect it?”
      Doctor: “Correct. An object tens of millimeters in diameter crashed into Antarctica at more than ten percent of the speed of light!”
      Assistant A: “Our technology could neither predict it nor defend against it.”
      Woman: “But it’s hell out there! Just what is the purpose of science!?”
      Man (Speakers): “The atmospheric flux caused by the change in the Earth’s axis has decreased by 3%.”
      Woman: “So, has it calmed down a little?”
      Assisant C: “Negative!! There’s a tidal wave approaching at 230 meters a second!”
      Man: “Doctor! We must evacuate!”
      Doctor: “No…It’s my duty to remain here.”
      Man: “Doctor, dying is easy. But you have an obligation to watch this Hell on Earth.”
    • ในฉากโรงหนัง จะมีประเด็นซ่อนเรื่อง “ทฤษฎีพัฒนาการทางจิต-เพศ ของฟรอยด์” อยู่ด้วย สังเกตได้ว่าตอนนี้มุ่งไปเรื่องบุคลิกภาพของชินจิค่อนข้างมาก (อายุ 14 ถือเป็นช่วงวัยค้นหาตัวเอง อดีตที่ไม่ค่อยอบอุ่น ร่วมกับภาวะตึงเครียดรุนแรงที่ชินจิต้องเจอ)  เพลงประกอบในตอนนี้ ชื่อ PLEASURE PRINCIPLEFreud ให้ขอคิดเกี่ยวกับบุคลิกภาพว่า เป็นผลเกิดมาจากความดิ้นรนพยายาม ระหว่างแรงขับอันเกิดจากภายในร่างกาย (Inner physiological drivers) ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา เช่น ความหิว อารมณ์เพศ และความก้าวร้าว เป็นต้น กับความกดดันทางสังคม (social pressure) ที่เป็นตัวคอยขัดขวาง เพื่อให้บุคคลประพฤติปฏิบัติเป็น ไปตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ และศีลธรรมจรรยาที่ดีงาม (Mowen and Minor.1998:202)โครงสร้างบุคลิกภาพ ตามทฤษฎีของ Freud ได้อธิบายว่ามี 3 ส่วน คือ
      1. Id เป็นสัญชาติญาณดิบที่ใช้เพื่อสนองความต้องการของตัวเองฝ่ายเดียวเท่านั้น เป้าหมายคือ หลักความพึงพอใจ (Pleasure Principle)
      2. Ego เป็นส่วนของบุคลิกภาพ ที่ดำเนินโดยอาศัยเหตุผล ความเป็นจริงของสังคม และสิ่งแวดล้อม หลักการที่ Ego ใช้คือ หลักแห่งความเป็นจริง (Reality Principle)
      3. Superego เป็นส่วนที่เกี่ยวกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดี โดยยึดหลักคุณธรรม (Morality Principle)ถึงแม้ว่าในเรื่องจะไม่ได้ยกมาเป็นประเด็นชัดเจนนัก แต่จะเห็นได้ว่ามีการแทรกสอดหลักคิดของ Freud เอาไว้บ่อยมาก แต่หลายๆสิ่งก็พยายามมาใช้ในการอธิบายความเป็นตัวตนของชินจิอยู่เรื่อยๆ นี่มันการ์ตูน Comimg of Age (หนังที่พูดถึงการ ” เติบโต ” ของตัวละครผ่านบางเหตุการณ์สำคัญ เป็นช่วงเวลาหนึ่งในการตัดสินใจเลือกทางเดินให้กับชีวิตซึ่งมีผลต่อไปในอนาคต) ชัดๆ
    • ในตอนแรกชินจิก็เหม่อลอย แต่พอเห็นภาพคู่รักเริ่มนัวเนียกัน ทำเอาชินจิทนไม่ได้จนต้องหนีออกมานอนที่เก้าอี้นอกโรงหนังแทน
      NGE04_05.54
      NGE04_06.07
      NGE04_06.12
    • ชินจินอนอยู่จนเช้า จากนั้นก็ออกเดินทางต่อ ดูเหมือนกับว่าจะกลับไปหามิซาโตะ ท้องฟ้าเป็นสีแดง ระหว่างนั้นเสียงจั๊กจั่นก็ค่อยๆดังขึ้น ภาพเมืองพุ่งขยายเข้ามา ตรงฉากนี้ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะสื่ออะไร ชินจิเหมือนจะทนเสียงพวกนี้ไม่ได้ ปิดหูและวิ่งหนีออกไป ไม่แน่ว่าเสียงจั๊กจั่นพวกนี้เป็นตัวแทนของบางสิ่งที่ทำให้ชินจิรู้สึกแย่หรือเหมือนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ทำให้ตนทนไม่ได้จนต้องหนีไป
      NGE04_06.18
      NGE04_06.41
      NGE04_06.51
      NGE04_07.09
    • มิซาโตะก็ได้แต่รอคอยให้ชินจิกลับมา โดยไม่ได้ออกไปตามหา (อาจจะเป็นเพราะ อยากให้เวลาชินจิได้คิดและค้นหาตัวเองก่อน)NGE04_07.17
    • ชินจินั่งรถไปยังนอกเมือง และลงรถมานั่งจ่อมข้างๆ รูปปั้นหินจิโซ (Jizo-sama) (นิยมตั้งไว้ตามทาง เชื่อว่าจะคอยปกป้องคุ้มครองผู้คนทั่วไปที่สัญจรไปมา) ฉากนี้หลายเว็บบอกว่าเหมือนฉากในเรื่อง Tonari no Totoro
      NGE04_07.25
      NGE04_07.29
    • ชินจิค่อยๆออกเดินไปเรื่อยๆ ผ่านท้องนา ทะเลสาบอะชิ ทุ่งทานตะวัน หุบเขาโอวาคุดานิ (ไปต้มไข่ดำกันไหม)

      NGE04_07.34
      NGE04_07.45
      NGE04_08.01
      NGE04_07.49
    • อีกมุมของเมือง Tokyo-3 จากหุบเขาโอวาคุดานิ
      NGE04_08.06
    • ชินจิคิดอยากฆ่าตัวตายแต่ก็ไม่กล้าพอ ได้แต่นั่งอยู่ริมหน้าผานอกรั้ว (ภาพจากสถานที่จริง จุดนิยมโดดหน้าผาตายที่ฮาโกเน่)
      NGE04_08.16
    • ฉากตัดกลับมาที่ Nerv เป็นตอนที่ริซึโกะกำลังตรวจร่างกายของเรย์อยู่ (อายุ 14, Sample หมายเลข 1?)
      NGE04_08.20
    • มิซาโตะปรึกษาปัญหาเรื่องชินจิกับริซึโกะ ทำให้รู้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่มีปากเสียงกันมาก่อนเรื่องขัดคำสั่งในการรบครั้งล่าสุด ชินจิโต้ตอบมิซาโตะด้วยการพูดแบบไม่แยแส และยิ้มแบบไม่ใส่ใจโลก ทำให้มิซาโตะโกรธอย่างมาก และเป็นห่วงวิธีคิดของชินจิในการขับ Eva ด้วยเช่นกัน แต่ริซึโกะก็ย้ำจุดยืนของมิซาโตะว่า Eva จำเป็นจะต้องมีคนขับ ซึ่งหน้าที่ของมิซาโตะคือดูแลนักบินอย่างชินจินั่นเอง
      NGE04_08.31
      NGE04_08.53
      NGE04_09.02
      NGE04_09.36
    • ฉากตัดมาที่เชิงเขา จะเห็นไอดะเล่นเกมสงครามอยู่คนเดียว จำลองเหตุการณ์รบ สักพักก็เจอชินจิกำลังเดินเตร็ดเตร่ เลยตะโกนเรียก
      NGE04_10.10
      NGE04_10.41
    • ในคืนนั้น ชินจิกับไอดะ ได้คุยกันเรื่องโทจิที่โดนน้องสาวดุเรื่องที่ต่อยชินจิ เสียงจั๊กจั่นที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากระบบนิเวศ (ในตอนนี้ไอดะเพิ่งจะรู้จักชื่อของมิซาโตะเป็นครั้งแรก) และเรื่องที่ไอดะอิจฉาชีวิตของชินจิที่ได้อยู่กับสาวสวยแถมได้ขับหุ่นยนต์ด้วย
      NGE04_11.01
      NGE04_11.04
      NGE04_11.46
    • ในเต้นท์ของไอดะมีหมายกำหนดการเขียนไว้ว่า
      Outline of Summer Training Practice Operations
      Japan’s Mobilization Schedule
      15:00 Deploy for combat
      16:00 Prepare for attack, commence firing
      19:00 (ยังไม่ได้เขียนอะไร)
      NGE04_11.02
    • ตอนนี้จะทำให้รู้ว่าไอดะเองก็ไม่มีแม่แล้ว เป็นที่สังเกตว่าห้อง 2-A จะรวบรวมเด็กที่มีเงื่อนไขเข้าข่ายสามารถขับ Eva ได้อยู่ด้วยกัน
    • เช้ามืดวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยของ Nerv เข้าคุมตัวชินจิ ตามมาตรา 8 ของ มาตราการความปลอดภัย กลับไปยัง Nerv ท่ามกลางหมอกรายล้อมเต้นท์ โดยที่ไอดะได้แต่ยืนมองคนของ Nerv พาตัวชินจิไป
      NGE04_12.42
    • ฉากตัดกลับมาที่ห้องเรียน โทจิได้แต่ต่อว่าไอดะว่าไม่มีป๋องแป๋ง (ในเรื่อง เล่นคำ KINTAMA โดยอ่านออกเสียงเป็น MATANKI แทน)
      NGE04_13.12
    • ชินจิถูกขังในห้องขัง ที่มีโลโก้ Nerv ขนาดใหญ่ และมีสนิมเกาะตามผนังมากมาย สักครู่มิซาโตะก็เข้ามาพูดกับชินจิ ในตอนนี้บทสนทนาของทั้งคู่เห็นได้ว่าทั้งสองคนเองก็โหยหากันและกันแต่การสื่อสารทำให้ยิ่งห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ชินจิถามว่าไม่ดุหรือที่หนีออกจากบ้าน ในขณะที่มิซาโตะเองก็เอาแต่พูดเรื่องขับ Eva พอชินจิเองก็อ้างเรื่องใครจะขับถ้าไม่ใช่เขา แต่มิซาโตะก็โต้ตอบด้วยการบอกว่าจะให้เรย์ขับทันที และคำพูดที่มิซาโตะพูดไล่ชินจิก่อนออกจากห้องไป ยิ่งทำให้ชินจิรู้สึกแย่มากยิ่งขึ้น ทั้งๆที่จริงๆแล้ว มิซาโตะห่วงใยชินจิมากในฉากที่เป็นภาพสีแดง เข้าใจว่าน่าจะทำให้ชินจินึกถึงตอนที่ตัวเองถูกพ่อทิ้งและคิดว่าตัวเองไม่เป็นที่ต้องการ และไร้ค่าอีกแล้ว ทำให้ชินจิตัดสินใจที่เลิกขับอีวาจริงๆ
      NGE04_13.36
      NGE04_14.52
    • กำหนดการออกจาก Nerv ของชินจิถูกกำหนดไว้เป็นวันรุ่งขึ้น ริซึโกะปรึกษาเรื่องการบังคับ Eva 01 เกนโดให้ทำการเขียนข้อมูลให้เรย์เป็นคนขับ และมีพดคุยถึงเรื่องการหาตัวนักบินคนที่ 4 โดยองค์การ Marduk ยังไม่สำเร็จ ซึ่งในความจริงแล้ว Marduk ก็คือ Nerv เอง ริซึโกะเองก็เป็นคนที่รู้เรื่องนี้เช่นกัน ในจุดนี้ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมต้องพูดโกหกต่อหน้าเรย์
      NGE04_14.56
    • บัตร ID Nerv ของชินจิถูกทำลายทิ้ง แม้ว่าชินจิอยากจะลามิซาโตะก็ยังทำไม่ได้ เพราะถือว่าไม่ใช้คนของ Nerv อีกต่อไป ชินจิได้แต่กำมือแน่นด้วยความแค้นใจในความไร้พลังของตัวเอง
      NGE04_15.23
      NGE04_15.31
    • เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ Nerv ขับรถพาชินจิมาส่งที่สถานีรถไฟ ไอดะกับโทจิตามมาส่งชินจิที่สถานี
      NGE04_15.39
      NGE04_15.53
    • โทจิขอโทษเรื่องที่ต่อยชินจิต่อหน้าชินจิและขอให้ต่อยคืนจะได้หายกัน มิตรภาพลูกผู้ชายมั่กๆ ขนาดเจ้าหน้าที่เองยังแอบอมยิ้มเลยอ่ะ
      NGE04_16.42
      NGE04_16.51
      NGE04_16.53

    • ถ้าสังเกตดูเจ้าหน้าที่ให้ดีจะเห็นว่าติดเข็มกลัด Nerv ด้วยนะ (ของขายเยอะจริงๆ)
      NGE04_16.00
    • โทจิพูดว่าถ้าไม่มีชินจิ พวกตนก็คงต้องย้ายออกจากเมืองในที่สุด แต่ตนเองก็เข้าใจถึงความทุกข์ของชินจิหลังจากได้เห็นการต่อสู้ในครั้งที่แล้ว จากสีหน้าของชินจิแล้ว คำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่ชินจิอยากได้ยิน อยากเป็นที่ต้องการ ทำให้ชินจิเริ่มลังเลใจที่จะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
    • เพลงที่ดังขึ้นในสถานีรถไฟในตอนที่โทจิคุยกับชินจิคือ “FACE” โดยคุณ Masami Okui ในอัลบั้ม Gyuu (เป็นนักร้องที่มีผลงานร่วมงานกับ JAM Project ด้วย และร้องเพลงประกอบอนิเมหลายเพลงมาก)
    • ในขณะที่ชินจิเดินขึ้นชานชลาไป ก็หันกลับมาขอโทษทั้งสองคนและยอมรับว่าตนเองต่างหากที่สมควรโดนต่อย (รู้ตัวเสียทีนะบักชินจิ เอ็งมันไม่ได้เรื่องจริงๆ) แล้วเจ้าหน้าที่ของ Nerv ก็ลากตัวชินจิเข้าไปในชานชลา
    • NGE04_17.51
      NGE04_18.01
      NGE04_18.07
      NGE04_18.12
      NGE04_18.21
    • ในเวลาเดียวกัน ระหว่างปฏิบัติงาน มิซาโตะก็นึกถึงเรื่อง “ทฤษฎีความทุกข์ของเม่น” ขึ้นมาได้ ทำให้เข้าใจชินจิขึ้นมา จึงรีบบึ่งรถไปสถานีรถไฟ
      NGE04_18.38
      NGE04_18.57
    • ในระหว่างนั้น ชินจิที่กำลังรอรถไฟเทียบท่า ขณะที่จะก้าวเข้าขึ้นรถไฟ ทันใดนั้นคำพูดให้กำลังของมิซาโตะที่เคยพูดกับชินจิก็ดังขึ้นในหัว เป็นครั้งแรกที่ชินจิรับรู้ได้ถึงความห่วงใยของมิซาโตะ
      NGE04_19.44
    • มิซาโตะบึ่งรถ (ที่ซ่อมเสร็จแล้ว) มาที่สถานี แต่นึกว่าไม่ทันเสียแล้ว
      NGE04_19.10
      NGE04_19.52
      NGE04_20.02
      NGE04_20.08


      NGE04_20.39
    • มิซาโตะเห็นชินจิยังยืนอยู่ชานชลา ตัดสินใจไม่กลับ ฉากนี้นิ่งอยู่นานหลายวินาทีมาก ปล่อยให้ดื่มด่ำซักพัก ชินจิก็พูดว่ากลับมาแล้วครับ และมิซาโตะก็ต้อนรับการกลับมาของชินจิ (ฟินนาเล่จ้า)
    • ช่วงที่ฉากนิ่งยาว ๆ และมีเสียงประกาศที่ชานชลา ถ้าฟังดี ๆ จะมีเพลงคลออยู่ เพลงนี้ชื่อ Bay side love story –from Tokyo- ร้องโดยคุณ Masami Okui ในอัลบั้ม Gyuu เช่นกันกับตอนที่ต่อยโทจิ ซึ่งชื่อเพลงก็จะมีความหมายสื่อกับฉากนั้นๆด้วย
      NGE04_21.18
    • เพลง Fly me to the Moon ในตอนนี้ ถ้าเป็น Original จะใช้ version NORMAL ร้องโดย CLAIRE
      แต่ถ้าเป็น DVD Release จะใช้ version NORMAL (Minus Strings) ร้องโดย YOKO TAKAHASHIแล้วพบกันใหม่กับตอนหน้าค่ะ หนูเรย์รออยู่

<< Episode 3
Episode 5 >>

One Response

  1. สุดยอดมากครับ!!! จะรอติดตามจนจบนะครับ ขอบคุณครับ ^^

Leave a comment

Leave a Reply